วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

๗ สิ่งที่ชาวโลกขาดแคลน

สิ่งที่ชาวโลกขาดแคลน
วันพฤหัสบดีที่  ๒๘  มีนาคม  พ.ศ.๒๕๓๙

หลวงพ่อบวชมาจนบัดนี้  ๒๗  พรรษาแล้ว  ยังไม่เคยมีใครมาถามความรู้ในมหาวิทยาลัย  จะเป็นด็อคเตอร์  หรือใครก็ตามที่มากราบหลวงพ่อ  ส่วนมากถามว่า  ในตัวมีพระจริงหรือเปล่า  สรณะอยู่ที่ไหน  เข้าถึงได้อย่างไร  ทำอย่างไรใจถึงจะหยุดนิ่ง  บุญบาปมีจริงไหม  นรกสวรรค์มีจริงไหม  อะไรต่างๆ เหล่านี้มากมายเลย  แต่ไม่เคยมีใครมาถามว่ารัฐศาสตร์เป็นอย่างไร  เศรษฐศาสตร์เป็นอย่างไร  ศาสตร์กี่ศาสตร์ไม่เคยถาม  ถามแต่พุทธศาสตร์
                หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  ท่านรวบรวมเขียนตำราไว้เล่มหนึ่งชื่อ คู่มือสมภาร”  ท่านวางแนวทางเอาไว้ว่า  สมภารทุกวัดจะต้องมีความรู้ทรงอภิญญา  แล้วถ่ายทอดให้ลูกวัด  ลูกวัดก็ถ่ายทอดให้ญาติโยมต่อๆ กันไป  สอนเรื่องความดี  ความชั่ว  เรื่องศีลธรรม  จะสอนกี่ยุคกี่สมัยก็ทันสมัยเสมอ  ความกตัญญูเมื่อพันปีที่แล้ว  กับความกตัญญูในปีนี้  หรืออีกพันปีข้างหน้าก็เหมือนกัน  ใครๆ ก็ต้องการให้ลูกมีความกตัญญูต่อพ่อแม่  หรือฆราวาสธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางแนวทางเอาไว้สอนฆราวาส  มุ่งสอนจากคดีโลกสู่คดีธรรม  การฝึกฝนตนเองเพื่อมุ่งถึงจุดแห่งการหลุดพ้น  นี่เป็นหน้าที่ของพระ  คือทำหน้าที่เป็นครูสอนศีลธรรมให้แก่ชาวโลก
                ชาวโลกเขาอยากเห็นเนื้อนาบุญที่สามารถบอกเขาได้ว่า  ทำบุญอย่างนี้แล้วจะได้อานิสงส์อะไร  ตายแล้วจะไปไหน  เป็นอยู่อย่างไร  เขาอยากรู้ตรงนี้นะ  ตรงนี้ต่างหากคือจุดที่โลกขาดแคลน

                หลวงพ่ออยากให้ลูกหลวงพ่อทุกรูปทุ่มเทชีวิตจิตใจมุ่งที่จะศึกษาความรู้ตรงนี้  ที่สามารถแนะนำชาวโลกได้ว่า  ที่พึ่งที่แท้จริงของมนุษย์นั้นอยู่ที่ไหน  เข้าถึงได้อย่างไร  และอะไรคือเป้าหมายของชีวิต  เมื่อเรารู้แล้ว  เห็นแล้วก็นำความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้ชาวโลกได้รู้ตาม  โดยนำแผนที่โลกมากางกันเลย  ใครจะไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาประเทศไหนก็เอาธงไปปักไว้  แล้วอธิษฐานทุกวันเลยว่า  ญาติมิตรของเราอยู่ตรงไหน  เราจะได้เดินทางไปโปรด  แล้วก็ศึกษาภาษา  ขนบธรรมเนียม  ประเพณี  วัฒนธรรม  ให้เรียนรู้พอที่จะไปถ่ายทอดให้เขารู้ว่าในตัวเขามีพระธรรมกาย  ถ้าทำได้อย่างนี้จะดีมากเลย  อย่างนี้ถึงจะเรียกว่า  ทำโลกให้เป็นโลกแก้ว  เกิดมาอย่างนี้มีกำไร  ได้ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านนะลูกนะ

                ชีวิตมนุษย์ทั่วๆ ไป  หลวงพ่อก็เห็นเดือนชนเดือน  ไม่ว่าจะทำงานของตัวเอง  เอกชน  ข้าราชการหรือการเมืองก็ดี  เห็นแต่ว่าเดือนหนึ่งไปรับเงินเดือน  เอาไว้สำหรับเลี้ยงสังขารไปได้อีก ๑ เดือน  ถ้าไปทางการเมืองก็ไปตันที่นายกฯบ้าง  ประธานาธิบดีบ้าง  แล้วก็ไม่เห็นได้อะไร  ก็เห็นรบกันอยู่นั่นแหละ  ขึ้นไปก็ป้องกันตำแหน่ง  แม้เป็นเศรษฐีก็รวยฟรี
                ถ้าแค่กินเงินเดือนไปเดือนหนึ่ง  หลวงพ่อว่าเขาทำกันอยู่แล้ว  แต่เราทำในสิ่งที่ชาวโลกเขาขาดแคลน  สอนให้ชาวโลกรู้จักสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาปรารถนาว่ามีอยู่ในตัวเขา  แนะให้เขาเข้าถึงตรงนี้  หลวงพ่ออยากให้เขารู้  ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเกิดฟรี  ตายฟรี  ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
                โลกยังขาดแคลนครูที่จะแนะนำให้เขาเข้าถึงพระธรรมกายภายใน  อันเป็นที่พึ่งที่แท้จริง  ที่มีอยู่แล้วในกลางกายของมนุษย์ทุกคน  ถ้าหากว่าเขาเข้าถึงจุดนี้ได้  ทุกคนเปิดช่องเดียวกัน  ช่อง ๐๗๒  ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือ ๒ นิ้วมือ  เดี๋ยวก็คิดเหมือนกัน  พูดเหมือนกัน  ทำเหมือนกัน  ต่อไปก็จะได้มีเวลาธรรมกายคือทั่วโลกนั่งธรรมะตลอด ๒๔ น.  เมื่อซีกโลกหนึ่งสว่าง  อีกซีกโลกหนึ่งกำลังค่ำ  ก็นั่งธรรมะต่อกันไปเลย  เห็นไหม  ถ้าหากว่าเอาผู้มีบุญไปโปรดทุกประเทศทั่วโลก  ทุ่มชีวิตกันชาติหนึ่ง  เดี๋ยวก็ตายแล้ว  อย่างนี้ถึงจะใช้ชีวิตคุ้มค่านะลูกนะ
เหมือนขว้างความสุข...ไปข้างหน้า
                หลวงพ่อนั่งคุยกับเศรษฐี  อย่านึกว่าเศรษฐีเขามีความสุขนะ  เศรษฐีคุ้นกับการลงทุน  เหมือนนักมวยต้องต่อยมวย  นักลงทุนต้องลงทุน  ได้โครงการนี้มาอิ่มใจได้หน่อยเดียว  ทนไม่ไหวต้องเอาไปลงทุนใหม่อีกแล้ว  เขาจะกลัวอยู่อย่างคือกลัวเงินอยู่เฉยๆ
เม็ดเงินแต่ละเม็ด  ถ้าลงไปแล้วต้องมีเม็ดเงินงอกต่อมา  เพราะฉะนั้นสิ่งอะไรที่มองไม่เห็นเป็นรูปธรรม  เป็นเม็ดเงินขึ้นมา  เขาไม่เอา  พอลงทุนไปแล้วมันไม่ใช่ว่าหมูนะ  เมื่อขยายงาน  ก็ต้องขยายทีม  พอขยายทีมก็ต้องขยายทุน  ขยายทุนก็ขยายที่  ขยายที่ก็ต้องขยายดอก  ขยายดอกขยายปัญหา  ขยายปัญหาขยายความเครียด  ขยายความกดดันไปเรื่อย ๆ  เป็นอย่างนี้จนหมดเวลาของชีวิต
                หลวงพ่อคุยกับเศรษฐีทีไรเห็นเขากลุ้มใจทุกที  หลวงพ่อเคยถามมหาเศรษฐีว่า  หาเงินเยอะๆ ไปทำไม  แปลกจังเขาตอบไม่ค่อยได้  แต่ถ้าถามว่าหาเงินอย่างไร  ตอบเก่งมากคล่องมาก  แต่พูดไปก็บ่นไปกลุ้มไป  ดูปนทุกข์อย่างไรก็ไม่รู้  เหมือนขว้างความสุขไปข้างหน้า  ในที่สุดก็หมดเวลากันไป  ไม่ได้อะไร
                เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วมีเศรษฐีระดับหมื่นล้านบอกกับหลวงพ่อว่า  ให้แก่ๆ ก่อน  แล้วจะเข้าวัดปฏิบัติธรรม  ตอนนี้ตายไปแล้ว  ไม่รู้ว่าแก่หรือยัง  ยังไม่ทันได้นั่งสมาธิเลย  ชีวิตมันก็แค่นี้  แป๊บเดียวเท่านั้นเอง

                หลวงพ่อก็เจออย่างนี้  มันสู้การศึกษาวิชชาธรรมกายไม่ได้  เพราะฉะนั้นอย่าให้มีความคิดว่าจะสึกดีหรือจะอยู่ดี  สึกไปอย่างมากก็ไปมีเมีย  แล้วก็มีลูก  แล้วก็ได้เลี้ยงลูก  ได้กลุ้มกับลูก  ได้ดูหลาน  ก็เพลินกับหลาน  แล้วก็กลุ้มกันไปอย่างนั้น  จนกระทั่งหมดเวลากันไป  มันก็ได้แค่นี้เอง
                หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ยืนยันว่า  ไม่มีวิธีอื่นใดที่จะต่อสู้กับพญามารได้  นอกจากหยุดกับนิ่ง  เราจะไปขนรถถัง  ปืนใหญ่  หรือนำขีปนาวุธ  มาสู้กันก็ไม่ได้  จะเอาเงินไปซื้อก็ไม่ได้  มีวิธีเดียวที่จะสู้กับเขาได้คือ  หยุดกับนิ่ง  เพราะฉะนั้นเรามาถึงจุดสูงสุดของวิชชาแล้ว  พยายามรักษาตรงนี้ไว้ให้ยิ่งกว่าชีวิตนะลูกนะ
                                      เงินทองนี้  ทำให้เกิดความโลภ
ความมัวเมา  ความลุ่มหลง
ความคิด  ดังเครื่องผูก
มีภัย  มีความคับแค้นมาก
เงินทองนั้นตั้งอยู่ไม่ยั่งยืนเลย


                                                          อนนุโสจิยชาดก  ขุ.เถรี.มก.๕๔/๔๑๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น