วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

๒ ผ้าสีสุดท้าย ๑

ผ้าสีสุดท้าย ๑
วันอังคารที่ ๓๐ เมษายน  พ.ศ.๒๕๓๙

                ลูกเณรรู้ตัวหรือเปล่าจ๊ะว่า  ลูกเณรมีบุญมากที่ได้มาศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เขาจะวัดว่าใครมีบุญมากบุญน้อย  วัดกันตรงนี้  วัดว่าใครดับทุกข์ได้  เป็นผู้บริสุทธิ์  หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพานได้  อย่างนี้เขาถือว่าเป็นผู้มีบุญมากที่สุด  เขาไม่ได้ดูว่า ใครเป็นนายกรัฐมนตรี  เป็นมหาเศรษฐีของโลก  เป็นพระเจ้าจักรพรรดิแค่นั้นนะ  นั่นมีบุญเหมือนกัน  แต่มีบุญระดับปานกลาง  มีบุญมากที่สุดต้องไปสู่พระ-นิพพาน
                การมีบุญที่ได้เป็นเทือกเถาเหล่ากอ ของสมณะอย่างที่ลูกเณรเป็น  มีเครื่องแบบชุดสุดท้ายของสังสารวัฏ  คือผ้ากาสาวพัสตร์ที่ลูกเณรได้ครองอยู่  ถือเป็นผ้าผืนสุดท้ายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว
                ในสมัยพุทธกาล  แม้เกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์อย่างพระมหากัปปินะ  ในที่สุดพระองค์ก็ต้องทิ้งเครื่องทรงพระราชามาสวมใส่ชุดนี้  หรือมหาเศรษฐีที่มีสมบัติตักไม่พร่องอย่างท่านโชติกเศรษฐี  สุดท้ายก็มาสวมชุดนี้  จะเกิดเป็นคนชั้นสูง  ชั้นกลาง  หรือชั้นล่าง  ในที่สุดก็ต้องมาอยู่ในชุดนี้
                แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา  เวียนว่ายตายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน  ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ก็ดี  เป็นสามัญชนก็ดี  ตอนสุดท้ายพระองค์ก็สละราชสมบัติออกบวชบำเพ็ญพรต  ครองผ้ากาสาวพัสตร์เป็นชุดสุดท้ายก่อนไปอายตนนิพพาน  เหมือนเป็นชุดที่รวมบุญ  รวมบารมี  รวมคุณความดีทั้งหมด  มาสู่ชุดนี้  คล้ายกับมหาสมุทรเป็นที่รวมของแม่น้ำทุกสาย จากห้วย  หนอง  คลอง  บึง  จากป่าเขาอย่างนั้น
                ถ้าใครได้สวมเครื่องแบบชุดนี้  มีนิพพานเป็นที่ไป  หมายถึงว่าบารมีที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน  เวียนว่ายตายเกิด  เป็นอะไรมาสารพัด  สุดท้ายก็จะต้องอยู่ในชุดผ้ากาสาวพัสตร์  ที่ลูกเณรกำลังสวมอยู่  ถ้าหากมีเครื่องแบบที่แตกต่างจากนี้ไป  นั่นแสดงว่ายังต้องเวียนว่ายตายเกิด  สร้างบุญสร้างบารมีไปอีกยาวนานทีเดียว
                กว่าจะได้มีโอกาสมาสวมชุดนี้  ไม่ใช่ง่ายๆ นะ  สีสุดท้ายของมวลมนุษยชาติ  ต้องเป็นสีทองคำบริสุทธิ์ผุดผ่องนี้  ทอง  เกิดขึ้นมาก็งามตั้งแต่เกิด  เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีมูลค่า  มูลค่าคือราคา  ทองไปอยู่ที่ไหนก็มีราคา  ไม่ว่าจะอยู่ในโคลนตม  ในป่าเขา  หรือในห้วย  หนอง  คลอง  บึง
                สีทองเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง  เหมือนดวงใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง  เต็มเปี่ยมไปด้วยบุญกุศลที่ลูกเณรได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน  ทำให้ลูกเณรมีคุณค่า  และมีราคาสมกับที่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์  เพราะฉะนั้นชุดนี้ไม่ใช่ชุดธรรมดา  เป็นชุดสำหรับผู้มีบุญมาสวมใส่
                แล้วดูการออกแบบจีวรที่เราห่ม  พระพุทธเจ้ารับสั่งให้พระอานนท์ออกแบบ  ถอดแบบมาจากคันนา  เป็นช่องๆ  เนื่องจากผ้าในสมัยก่อนหายาก  เวลาผ้าขาดช่องไหนจะได้นำผ้าผืนเล็กๆ มาปะซ่อมได้ง่าย  เป็นชุดที่ออกแบบดีแล้วทันสมัยอยู่เสมอ  ชุดนอน  ชุดเที่ยว  ชุดเดียวกัน  ใช้ได้ตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องเขาก็นิมนต์ไปทำบุญ  คลอดมาแล้วไปเยี่ยมเยียนก็ใช้ชุดนี้  จนกระทั่งถึงวันคล้ายวันเกิด  วันแต่งงาน  งานบำเพ็ญบุญ  กระทั่งวันตาย  ตั้งแต่เกิดกระทั่งตาย  เราไปชุดนี้  แต่ของชาวโลกเดี๋ยวนุ่งยาว   นุ่งสั้น  หลากสีสัน  เพราะเขายังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร
               
ชุดนี้สวมไปที่ไหนคนก็ยกมือไหว้  ถ้าสวมชุดอื่นต้องไปไหว้เขา  ชุดนี้แค่ประคองบาตรใบหนึ่ง  ใครๆ เห็นก็ดีใจ  มีอะไรก็อยากนำมาถวาย  ข้าวปากหม้อ  อาหารรสเลิศ  นำมาใส่ให้  บางทีภายในบ้านเขายังไม่มีโอกาสได้ทานเลย  และน่าแปลก  ยิ่งให้เขายิ่งดีใจ  ซึ่งปกติชาวโลกยิ่งได้ยิ่งดีใจ  แต่เมื่อเห็นชุดของลูกเณร  ดีอกดีใจ  มาแล้ว  ปลุกกันทั้งบ้าน  ตื่นมาแต่เช้า  เตรียมอาหารอย่างดีมาใส่บาตร  เพราะฉะนั้นลูกเณรให้รู้เถอะนะว่า  ลูกเณรเป็นผู้มีบุญมีบารมีมากที่ได้สวมเครื่องแบบชุดนี้
ชุดนี้สำคัญ   ต้องรักษาเครื่องแบบชุดนี้ให้ยิ่งกว่าชีวิต  คือ ตายได้  แต่ว่าเครื่องแบบนี้จะต้องรักษาไว้อยู่แนบกาย เป็นชุดที่มนุษย์ เทวดา เคารพกราบไหว้  เป็นชุดที่พระราชามหา-กษัตริย์สละราชสมบัติมานับภพนับชาติไม่ถ้วนเลย  เพื่อที่จะมาครองเพศนี้  ครองเครื่องแบบชุดนี้

ทรงผมสุดท้าย
ทรงผมทรงสุดท้ายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วของผู้มีบุญ  ก็คือทรงผมของนักบวช  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำทรงนี้ดีที่สุด  มีมีดโกนเป็นธรรมาวุธ  เป็นหวีคู่กาย  หวีเดือนละครั้ง  สองครั้งก็ใช้ได้  แต่หวีทางโลกต้องหวีทุกวัน  เพราะฉะนั้นผมทรงนี้เป็นทรงสุดท้ายนะลูกเณรนะ  แต่ผมบนหัวคนที่ยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา  เดี๋ยวยาว  เดี๋ยวสั้น  เดี๋ยวหยิก  เดี๋ยวเหยียด  นั่นเขายังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรถึงจะดี
พระบาลี
                กว่าที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมาบังเกิดขึ้นแต่ละพระองค์นั้นยากมาก  และกว่าพระองค์จะมามีความรู้ที่ลูกเณรกำลังเล่าเรียนอยู่นี้  ต้องสร้างบารมี  สร้างความดีมายาวนานทีเดียว  สละโลหิตมากกว่าน้ำในท้องพระมหาสมุทร  สละเนื้อมากกว่าพื้นที่บนแผ่นดิน  ควักลูกนัยน์ตาให้ทานมากกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า  ตัดศีรษะบูชาธรรมมากกว่าผลมะพร้าวทั้งชมพูทวีป  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบางพระองค์สร้างบารมีถึง ๘๐ อสงไขยกับแสนมหากัป  ทั้งนึกในใจ  เปล่งวาจา  จนได้รับพุทธพยากรณ์  บางพระองค์ ๔๐ อสงไขยกับแสนมหากัป  บางพระองค์อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นี้สร้างบารมี ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัป
อสงไขย  แปลว่า  นับไม่ไหว  คือสร้างบารมีนับภพนับชาติไม่ถ้วน  สิ่งที่นับไม่ไหวมารวมกัน ๘๐, ๔๐, ๒๐ เศษอีกแสนมหากัป  แล้ววันที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ต้องสละชีวิตเข้าไปค้นความรู้  กว่าจะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่  ยากมาก  เมื่อตรัสรู้แล้วท่านทรงนำความรู้นั้นมาถ่ายทอดสั่งสอนสืบต่อกันเรื่อยมาเป็นเวลาสองพันกว่าปี  พระธรรมคำสอนอันทรงคุณค่านั้นได้ถูกเก็บไว้เป็นภาษาบาลี  ในตำรับตำราที่ลูกเณรกำลังเล่าเรียนอยู่นี้  เป็นคำสอนที่มีประโยชน์  ศึกษาแล้วจะเป็นแบบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานไปแล้ว  ก็เหลือพระธรรมคำสอนเป็นพระศาสดาแทนพระองค์  เพราะฉะนั้นลูกเณรมีบุญมากๆ  ที่ได้ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลี  ดังนั้นเวลาลูกเณรเรียนต้องเรียนเหมือนกับเราเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  มีความคิดอย่างนี้ว่า  ทุกตัวอักษรที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลี  คือองค์แทนของท่าน  เรียนด้วยความเคารพ  เรียนด้วยความกระหายอยากจะรู้ว่า  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสสอนอะไร  อะไรที่ทำให้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แล้วศึกษาอย่างทุ่มเทชีวิตจิตใจ  ให้รู้ทั่วถึง  ให้แตกฉาน
 
                อย่าไปคิดว่า  จะเรียนเพื่อให้สอบได้  จะได้เป็นมหาเปรียญอย่างเดียว  สอบได้นั้นให้ถือเป็นผลพลอยได้  ถ้าหากลูกเณรคิดเพียงแค่จะเรียนให้สอบได้เป็นมหาเปรียญ  จะได้มีหน้ามีตา  คิดแค่นี้เขาเรียกว่าคิดแบบเด็กๆ  ลูกเณรแม้จะเป็นเด็กแต่ต้องมีหัวใจเป็นผู้ใหญ่  ไม่หวังเพียงแค่ให้สอบได้  จะได้มีวิทยฐานะเทียมหน้าเทียมตาเขา  เราไม่หวังเพียงแค่นั้น  ต้องหวังว่าเราจะต้องเรียนรู้ให้ทั่วถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลี  คล้ายกับพระราหุลที่กำเม็ดทราย  แล้วมีความปรารถนาที่จะเรียนรู้คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้เท่ากับปริมาณของเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือทุกวัน
                ลูกเณรต้องคิดอย่างนี้นะ  จะทำให้เรามีความเข้มแข็งคึกคักอยากจะรู้   แล้วใจจะไม่ไปไหน  จะเรียนด้วยความเคารพ  เรียนด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน  เรียนด้วยความสุข  มีความปีติ  มีความเบิกบานว่า  โอ...เรามีบุญมากจริงๆ นะ  ได้เข้ามาใกล้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะคำสอน ที่นอกเหนือจากนี้ที่อยู่ในโลก  เขาเรียนไปเพื่อครองเรือน  มีครอบครัว  มีลูกมีเต้า  มีภาระ  มีพันธะของชีวิต  ชาวโลกเขาเรียนกันอย่างนั้น  แต่ลูกเณรเรียนความรู้ที่จะทำให้หลุดพ้นจากโลก  เรียนให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยวิชชาจรณะ..นะลูกนะ


บุคคลย่อมเกิดในตระกูลกษัตริย์
ด้วยพรหมจรรย์อย่างต่ำ
เกิดในเทวโลก  ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง
และบริสุทธิ์ได้    ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง
                                               

อาทิตตชาดก  ขุ ชา มก ๕๙/๕๗๓

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น