๙
ผ้าสีสุดท้าย
๒
วันพุธที่ ๘
พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๙
เรามาถึงภาวะอันสูงสุดแล้ว เพศสุดท้ายของการเวียนว่ายตายเกิดคือ เพศพระ
อาชีพสุดท้ายของชีวิตในการเวียนว่ายตายเกิด ก็อาชีพพระ
คนจน คนรวย พระราชามหากษัตริย์ พระเจ้าจักรพรรดิ ตอนสุดท้ายออกบวชหมด สวมเครื่องแบบชุดสุดท้ายในสังสารวัฏ ที่คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ชุดพระ
ผ้าสีสุดท้าย สีทอง ไม่มีสีทองก็เอาสีใกล้ๆ ทอง หรือน้อยกว่าทองเรื่อยไป คือสีที่เทียบกับสิ่งที่มีคุณค่าและมูลค่าสูง
เครื่องแบบชุดสุดท้าย ชุดที่มนุษย์และเทวดากราบไหว้บูชา ยินดีต้อนรับ
มีของก็อยากให้ ให้แล้วก็มีความสุข
เครื่องแบบชุดสุดท้ายทันสมัยอยู่เสมอ ออกแบบครั้งเดียวใช้ชุดนี้มา ๒,๐๐๐ กว่าปี ผู้ต้นคิดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ออกแบบคือพระอานนท์ เป็นชุดที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะผู้รู้เป็นคนจัด และไม่ใช่ว่าไปเจอสีนี้อยู่โคนไม้ หยิบเอามาห่มก็ไม่ได้ อย่างนั้นเขาเรียกว่า ห่อตัว
ต้องมีพิธีกรรมสืบทอดกันยาวนานกว่า
๒,๐๐๐ ปี จึงจะได้ครองชุดนี้ได้ เพราะฉะนั้นควรภูมิใจในชุดนี้ให้ดี อย่าไปเปลี่ยนผ้า เปลี่ยนแปลงจิตใจดีกว่า แล้วถ้าใครครองผ้าชุดนี้แล้วแนะนำเขาไปเลย อย่าไปเปลี่ยนแปลงชุดเด็ดขาด เพราะเป็นชุดที่เหมือนพระธรรมกายในตัว เป็นชุดที่ทำให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น
ผู้เบิกบานแล้ว
ชุดหลากสี มีเงื่อนไขต้องทำมาหากิน มีพันธะของชีวิต มีเครื่องกังวล มีเครื่องผูกหย่อนๆ ผูกให้พัวพันตลอดเลย ไม่เป็นอิสระ
ไม่มีเวลาว่างที่จะมาศึกษาธรรมปฏิบัติ
แต่ชุดนี้ไม่มีพันธะของชีวิต
ไม่มีภาระเครื่องกังวล
ปฏิบัติธรรมได้เต็มที่
เพราะฉะนั้นตอนไหนมีความรู้สึกว่าท้อแท้
ท้อถอย อยากจะลาสิกขาละก็
ให้นึกถึงคำพูดที่หลวงพ่อพูดวันนี้ไว้เยอะๆ แล้วเตือนๆ
กันเอาไว้ให้ดีว่า
เรากำลังจะไปถึงที่สุดแห่งธรรม ชุดนี้เท่านั้นถึงจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมได้ ชุดอื่นไปยากเพราะมีเครื่องกังวล
ทรงผมทรงสุดท้าย
ทรงผมทรงสุดท้ายหลังจากจัดกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็คือทรงนี้ แต่ที่ยังจัดไม่เสร็จ เดี๋ยวสั้น
เดี๋ยวยาว เดี๋ยวหยิก เดี๋ยวเหยียด
เดี๋ยวปิดหน้า เดี๋ยวเปิดหน้า เดี๋ยวถักเปีย
เดี๋ยวตัดเปีย
สารพัดทรงอะไรก็ไม่รู้
นั่นยังจัดไม่เสร็จ
ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอีกนาน
แต่ทรงนี้เดือนหนึ่งหวี ๒ ครั้งเท่านั้น
หวีที่ไม่มีซี่ คมกริบ คือมีดโกน
นี่เป็นทรงผมทรงสุดท้ายในสังสารวัฏนะลูกนะ
สภาพใจที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรม
สภาพใจที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรม ต้องเป็นสภาพใจที่ไร้กังวล ไม่ติดในคน
สัตว์ สิ่งของ เยือกเย็นเป็นนิตย์ สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส
มีความสุขตลอดกาล
ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด
มีความรู้สึกไม่ต้องการอะไรเลย
แค่อาสนะหนึ่งผืน ที่นั่งแคบๆ ไม่เกิน ๑ ตารางเมตร ที่นอนไม่เกิน ๒ ตารางเมตร อาหารแค่กันตาย รสชาติไม่คำนึงถึง แล้วก็ไม่ยินดียินร้ายอะไร ไม่ว่าใครจะกระทุ้งกระแทกแค่ไหน ก็ไม่กระทบกระ-เทือนใจนิ่งเฉย รู้สึกสดชื่นตลอดเวลา และเวลาเราดูอะไรก็สักแต่ว่าดู ไม่มีความรู้สึกพัวพัน ผูกพัน
นั่นแหละเป็นสภาพใจที่เหมาะสมที่จะไปที่สุดแห่งธรรม
สัตว์โลกที่ยืน นั่น นอน
หรือเดินอยู่นี้
มิใช่อายุสังขารเท่านั้นที่ตดตามไป
แม้วัยก็เสื่อมลงไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตาอยู่
อนนุโสจิยชาดก ขุ.ชา.มก.๕๘/๕๖
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น