๑๑
ไกลวัด
วันพฤหัสบดีที่ ๒๗
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๐
เช้าตรู่ของวันนี้ หลังจากที่ฉันเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระภิกษุเปรียญธรรมประโยค ๘ และประโยค ๙
ต่างก็เดินมุ่งตรงไปสู่กุฏิของหลวงพ่อ
เพื่อไปกราบขอโอวาทก่อนที่จะเดินทางไปอบรมบาลีก่อนสอบบาลีสนามหลวงร่วมกับพระภิกษุวัดอื่นๆ เป็นเวลากว่า ๑ เดือน อากาศยามเช้าในวัดร่มรื่น เย็นสบาย
น้ำค้างยังพราวอยู่บนใบไม้ใบหญ้า
นกน้อยส่งเสียงร้องสลับไปมากับเสียงไก่แจ้ขันเจื้อยแจ้วเป็นระยะๆ
หลวงพ่อดูสดชื่นแข็งแรงและเปี่ยมด้วยความเมตตา นานๆ
จึงจะได้มีโอกาสมากราบหลวงพ่อใกล้ๆ
สักครั้ง
ท่านยิ้มอ่อนโยนและปรารภว่า
“ปีนี้หลวงพ่อหวังว่าจะได้ดังใจ
คือลูกทุกรูปสามารถสอบบาลีสนามหลวงได้ยกชั้น ที่จริงการสอบธรรมวินัยของลูกทุกรูป หลวงพ่อว่าไม่น่าจะยาก เพราะเรารักเส้นทางนี้ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ มุ่งจะทำพระนิพพานให้แจ้ง และไปที่สุดแห่งธรรม เราเรียนด้วยชีวิตเลือดเนื้อ ด้วยจิตวิญญาณและเยื่อในกระดูก เรียนเพื่อนำมาใช้จริงๆ เมื่อเราเรียนด้วยฉันทะเช่นนี้ หลวงพ่อเชื่อว่าเราทำได้ แม้เราจะมีภารกิจมากมาย ต้องสอนหนังสือ ต้องทำกิจกรรมร่วมกันก็ดี ส่วนกิจวัตรคือ การสวดมนต์ไหว้พระ ทำภาวนา
นั่นเป็นอาชีพของเราอยู่แล้ว
หลวงพ่อว่าการเรียนและการสอบให้ได้ยกชั้นอยู่ในวิสัยที่ลูกหลวงพ่อทุกรูปจะทำได้
ขึ้นอยู่กับว่าเราให้โอกาสกับตัวเราเองศึกษาเต็มที่แค่ไหน โดยภูมิปัญญากำลังบารมี ประกอบกับความเพียรของพวกเราทุกรูป อยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้ ไม่ยากเย็นอะไร
การศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เราเรียนเพื่อนำมาใช้ทดสอบตนเองว่าเรียนรู้ได้แค่ไหน เพื่อที่จะนำความรู้นั้นมาสอนตัวเอง ให้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบวช
ต่อไปวัตถุประสงค์ของการศึกษาพระธรรมวินัยจะเปลี่ยนไปทั่วสังฆมณฑล จากที่เรียนไปเพราะว่าจำต้องเรียน บวชมาแล้วไม่รู้ไปไหน เขาให้เรียนก็ต้องเรียน ไม่เรียนก็อยู่วัดไม่ได้
หรือเรียนรู้ในระดับหนึ่งเพื่อเป็นฐานไปเรียนต่อทางโลก ก็เปลี่ยนมาเรียนแบบลูกหลวงพ่อ
คือเรียนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเป็นนักบวช นี่คือบุญใหญ่ของลูกทุกรูป
ที่จะทำให้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงความนึกคิดทางการศึกษาพระธรรมวินัยทั่วสังฆมณฑล
จากจุดเล็กๆ
ของเราที่สอบได้ยกชั้น
จะขยายผลอันยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต
เหมือนกับก่อนจะเขียนหนังสือได้เต็มหน้า
ก็เริ่มจากจุดเล็กๆ
ที่เราจรดปลายปากกา
โลกแล้วแต่เราว่าอยากจะให้ไปในทิศทางใด เราจะให้ทิศทางของพระพุทธศาสนาไปทางไหนก็แล้วแต่เรา เราอยากจะให้พุทธศาสนาเป็นสรณะ เป็นที่พึ่งต่อชาวโลกได้อย่างแท้จริง เราก็ต้องตั้งใจศึกษากันอย่างเต็มที่ ให้ผลของการสอบนั้นปรากฏออกมาว่า เราสอบได้ยกชั้น จากจุดเล็กๆ ตรงนี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต
เพราะฉะนั้น ยามใดที่มีความรู้สึกว่าเหนื่อย ให้นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อ เหนื่อยล้าได้แต่อย่าท้อ เหนื่อยล้านี่หลวงพ่อเห็นใจ แต่เราท้อไม่ได้ จะต้องไปถึงที่หมายให้ได้ ให้นึกเสมอว่า
หลวงพ่อไปอยู่ตรงนั้นด้วย
ร่วมติว
ร่วมเรียนรู้พระธรรมวินัยควบคู่กับลูกๆ ทุกรูป เอาหัวใจ
วิญญาณและความปรารถนาดีของหลวงพ่อติดไปด้วย เอาไปสวมใส่อยู่ในใจ ไปร่วมเรียนร่วมสอบด้วย
ข้อวัตรปฏิบัติ
ข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ อย่าได้ทอดทิ้ง แม้ว่าจะห่างไกลจากหลวงพ่อ ห่างไกลจากหมู่คณะ เราตกเป็นเป้าสายตาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายตลอดเวลา
๒๔ น. ทั้งเพื่อนสหธรรมิกที่พักอยู่ตึกเดียวกัน พระอาจารย์ที่มาสอน ผู้ปกครองที่เราไปอยู่อบรม รวมทั้งสาธุชนที่นั่น ดูเราอยู่ตลอดเวลา แล้วที่สำคัญ
เราดูตัวของเราเอง
ถ้าอยากให้ชาวโลกเข้าถึงสันติสุข
อยากให้พระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่งให้แก่ชาวโลก อยากให้ประเทศไทยเป็นหลักของพระพุทธศาสนา
อยากให้เพื่อนสหธรรมิกมีกำลังใจที่จะเป็นนักบวช
และอยากเห็นสาธุชนมีความปีติที่ได้ทำบุญกับเนื้อนาบุญ ให้ลูกรักษาข้อวัตรปฏิบัติของเราไว้ให้เคร่งครัด
แต่อย่าถึงกับเคร่งเครียดไปอวดเคร่งกับเขาก็ไม่ใช่ ให้ทำอย่างมีความสุขในการประพฤติข้อวัตรปฏิบัติของเรา มีความสุขกับการสวดมนต์ไหว้พระ ทำภาวนา
และรักษาสิกขาบทต่างๆ
ไม่ให้บกพร่องเลย
คนเราถ้าหากทำอะไรที่ไม่ฝืนใจ ทำแล้วมีความสุข แต่เราจะรู้สึกเป็นทุกข์ถ้าฝืนใจ ข้อวัตรปฏิบัติของเรา ถ้าหากเราปฏิบัติเพื่อจะขัดเกลา กลั่นกรองจิตใจเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานแล้ว มันเป็นความสุขและนำมาซึ่งความปีติยินดี เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ฝืนใจทำ เมื่อเราทำอย่างนี้เป็นกิจวัตร
เพื่อนสหธรรมิกเห็นแล้วก็จะเกิดความเกรงใจและเกิดกำลังใจ
ในใจลึกๆ
ของเพื่อนสหธรรมิก
ที่มาร่วมศึกษาและร่วมพำนักอยู่ที่ตึกเดียวกัน เขาก็อยากเห็นเนื้อนาบุญเหมือนกัน อยากเห็นนักบวชในยุคนี้ มีชีวิตและจิตวิญญาณของนักบวชอย่างแท้จริง
ไม่ใช่มีเฉพาะในสมัยพุทธกาลที่ได้ศึกษาร่ำเรียนมาในพระไตรปิฎกเท่านั้น เขาเห็นแล้วจะได้เกิดกำลังใจให้บวชต่อไปได้อีก
ถ้าหากว่าลูกของหลวงพ่อทุกรูปทำได้อย่างนี้ บุญใหญ่ก็จะเกิดขึ้นกับเราก่อน กำลังใจเกิดขึ้นกับเพื่อนสหธรรมิก เราจะยกสังฆมณฑลให้สูงขึ้น ญาติโยมก็สมหวังที่ได้ทำบุญกับเนื้อนาบุญ พระพุทธศาสนาก็จะเป็นที่พึ่งแก่ชาวโลก ทุกสิ่งเกี่ยวพันกันไปหมดเลย เหมือนกับการรดน้ำที่โคนต้นไม้เพียงขันเดียวมีผลไปถึงลำต้น
กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล นก กา รุกขเทวา ตลอดจนกระทั่งช่วยสร้างบรรยากาศร่มเย็น ให้เกิดขึ้นแก่โลก
แวะร้านหนังสือ
ในร้านหนังสือ
เราต้องมีวิจารณญาณแยกแยะให้ดี
เพราะมีทั้งหนังสือที่ชวนให้ใจเราตกต่ำ
พวกนุ่งชั่วห่มชั่วมีมากมาย
และที่เขียนเรื่องราวไม่ควรอ่านก็มาก
ความรู้เหล่านี้ไม่เกิดประโยชน์
อย่าไปอยากรู้ อยากศึกษา แค่เราคิดหรือเดินผ่านเท่านั้น เห็นแล้วเกิดความยินดี ตัวเสนียดก็เข้ามา เสน่ห์ก็หายไป
หากจะเรียนรู้หนังสือพวกนี้ ให้ไปศึกษาพระธรรมวินัยให้แตกฉานเสียก่อน พิสูจน์แล้วจนกระทั่งเราเห็นว่า คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่มีอะไร เราเรียนรู้หมดแล้ว ถูกหมดแล้ว
จึงค่อยมาเรียนโลกียะ
เพราะฉะนั้น
อย่าได้กล้ำกรายไปตามร้านหนังสือต่างๆ
เหล่านั้น เพราะเห็นแล้วมันร้อน เอามาอ่านก็ร้อน ทำไม่ได้ก็ร้อน
ตอนนี้ลูกหลวงพ่อต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่ทั้งหมด เพราะมาเรียนเปรียญธรรมเอกกันแล้ว แม้อายุของเราจะยังไม่มากก็ตาม แต่เป็นผู้หลักและเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นกำลังใจของชาวโลก
ขนาดผู้หลักผู้ใหญ่ในทางโลกยังต้องมากราบมาไหว้เรา
เพื่อให้เกิดเป็นบุญต่อบุญติดตัวไปในภพเบื้องหน้า เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสมาบำเพ็ญบุญ เขามองเราอย่างนั้นนะ
ที่เขากราบไหว้ เขาไม่ได้มองที่อายุ แต่มองถึงคุณธรรมธรรมะภายใน เพราะฉะนั้นอย่าเพลี่ยงพล้ำในสิ่งเหล่านี้ และอย่าให้ใจแปดเปื้อนได้ ให้เตือนตัวเองดีที่สุด แต่ถ้าเผลอให้ช่วยกันเตือน ถ้าได้รับคำเตือน อย่าโกรธ
อย่าขุ่นมัว รีบลด ละ
เลิกเสีย
ทิ้งไปเลยและก็ขอบคุณคนที่มาเตือน
แต่ดีที่สุดอย่าไปทำอย่างนั้น
เพราะเรากำลังจะเป็นที่พึ่งให้ทั้งมนุษย์และเทวา กำลังจะยกย่องพระพุทธศาสนา ทำอย่างนี้ได้ไหม
เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว
รักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพราะเราต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกาย จิตใจจึงจะแจ่มใส ในการศึกษาพระธรรมวินัย ดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้เจ็บป่วยไข้ จะไปไหนก็ตามให้ความเคารพต่อสถานที่ ต่อครูบาอาจารย์ ต่อผู้ปกครองที่นั่นให้ดี การวางรองเท้าหรือข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเราอย่าลืมนะ รักษาตรงนี้ไว้ ใช้เวลาแค่ ๑ นาที แต่ผลมันยิ่งใหญ่ทีเดียว แค่ก้มลงไปจับรองเท้าให้มาเรียงชิดกัน ปล่อยมือแล้วก็ยืนขึ้น ความมีระเบียบก็เกิดขึ้น ความสบายตาสบายใจ เกิดขึ้นกับทุกคนที่ได้เห็น ความชื่นชมเกิดขึ้นในใจเขา แล้วความเคารพนับถือก็ตามมา ดูสิ! ไม่น่าเชื่อเลยนะ ไม่ได้เสียเงินอะไรเลย แต่เราสร้างความนับถือเกิดขึ้นในใจเขาได้ ใจเขาที่สับสนจะถูกจัดให้เป็นระเบียบ
เหมือนของที่ถูกจัดเอาไว้อย่างดีในห้องอย่างนั้น
ใจที่มีระเบียบ คือใจที่มีพลัง ความบริสุทธิ์ของใจเกิดขึ้น ความชื่นชมชื่นใจของผู้ที่ได้พบเห็นตามมา ตามด้วยความเคารพนับถือยกย่องว่า เอ้อ!
คนที่วางรองเท้าอย่างนี้เป็นผู้มีคุณธรรม
เกิดความเคารพในคุณธรรมแล้วจะเกิดการเอาอย่าง ผลสะท้อนถึงพระพุทธศาสนา เห็นไหม
แค่เราจัดรองเท้าแค่นั้นเองยังส่งผลอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่เรากระทำทุกอย่างกระทบไปถึงชาวโลกหมด จากโลกถึงจักรวาลถึงดวงดาว
อย่านึกว่าสิ่งที่เราทำทั้งต่อหน้าและลับหลัง จะไม่มีผลต่อส่วนรวม
เมื่อไปอยู่ที่โน่นก็ให้ช่วยปัดกวาดเสนาสนะให้ดี อย่าอยู่แบบโรงแรม ให้อยู่แบบอาราม
เป็นความสุขใจของเราที่เราจะได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ นำสิ่งที่บริสุทธิ์เข้ามาในร่างกายของเรา ซึ่งจะต้องอาศัยมาสร้างบารมี
ถ้าอากาศนั้นผ่านจากหยากไย่หยากเยื่อสิ่งสกปรก ก่อนจะมาถึงจมูกเรา แล้วเข้าไปในร่างกายของเรา ซึ่งเป็นร่างกายอันบริสุทธิ์
เราจะปล่อยให้สิ่งอื่นไม่บริสุทธิ์เข้ามาในร่างกายอันบริสุทธิ์ของเราได้อย่างไร เพราะฉะนั้น
ปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาดทั้งตอนอยู่
และตอนกลับมา
ก่อนส่งมอบเสนาสนะให้เขา
ก็ต้องให้สะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ
ก่อนกลับก็ไปกราบขอบพระคุณผู้ปกครองที่อนุเคราะห์ให้สถานที่อยู่ที่อาศัย ให้ขบฉัน
ให้ความสะดวกต่อการศึกษาพระธรรมวินัย
ทั้งพระอาจารย์ก็กล่าวขอบพระคุณท่าน
แล้วก็ปวารณาต่อท่านว่า
มีอะไรที่จะเรียกผมให้มารับใช้ก็เรียกได้
อย่างนี้เป็นภาพที่งดงาม
ไปอยู่ที่นั่นให้ท่านสบายใจและจากมาก็ให้ท่านคิดถึง
เมื่อจะเรียนวิชาความรู้จากพระอาจารย์ก็ให้ศึกษาด้วยความเคารพ ให้ท่านมีความสุขที่สอนพวกเราและไม่ลืมพวกเราเลย ให้เราเป็นนักเรียนที่โลกต้องการ เป็นนักเรียนในอุดมคติของท่าน ที่ท่านเห็นแล้วชื่นอกชื่นใจ
เมื่อพระอาจารย์ให้ความรู้ไปแล้วก็นำมาศึกษา มาทบทวน
เวลาท่านซักถาม ตอบท่านได้ ท่านก็ชื่นใจ
อะไรที่เราไม่รู้ก็ซักถามท่านด้วยความเคารพ ด้วยความอยากรู้จริงๆ ท่านก็จะได้มีกำลังใจ มีความสุข
ความสุขของครูอยู่ที่ได้สอน
สอนแล้วลูกศิษย์ได้รับความรู้นั้นเหมือนเป็นตัวแทนของครู ให้เรียนด้วยความสนุกสนาน เวลาเข้าไปในห้องเรียนให้สดชื่นแจ่มใส
อย่าไปนั่งเป็นต้นสนที่ถูกลมพัดโบกโบยไหวโอนเอนไปมา อย่างนั้นไม่เอานะ
เราต้องให้กำลังใจกับพระอาจารย์ผู้สอน ผู้สอนเวลาเห็นนักเรียนสดใส กระฉับกระเฉง
มีชีวิตชีวาในการเรียน
เหมือนเข้าไปในสวนดอกไม้เห็นลมพัดใบไม้ดอกไม้ สดชื่น
มีความปลื้มปีติยินดี
สมกับที่ท่านอุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยเตรียมการเรียนการสอนอย่างดีเพื่อมาสั่งสอนเรา เราก็ควรจะให้ความสุข ความสดชื่นตอบแทนท่านไป หลวงพ่ออยากให้ลูกหลวงพ่อเป็นอย่างนี้ ถ้าได้อย่างนี้หลวงพ่อก็ดีใจ
เพราะฉะนั้น เวลาเดือนกว่าที่ต้องไปอบรมบาลีก่อนสอบ
ให้ลูกทุกรูปปฏิบัติตามโอวาทที่ให้ไว้ในวันนี้ และให้คิดเสมอว่าหลวงพ่อไปอยู่ตรงนั้น ไปร่วมเรียน
ร่วมติว
ร่วมสอบกับลูกทุกรูปด้วย
หวังว่าในการสอบคราวนี้
หลวงพ่อคงจะมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
มีหัวใจที่เบิกบาน
หูหลวงพ่อคงจะได้ยินได้ฟังข่าวอันเป็นมงคลว่า ลูกทุกรูปสอบได้ยกชั้นหมดเลยนะจ๊ะ
ผู้ใดได้พบพระภิกษุที่ถึงพร้อมด้วยจรณะ
แล้วประนมกรนมัสการ ให้ท่านเป็นผู้นำทาง
ผู้นั้นจะได้รับยกย่องสรรเสริญในปัจจุบัน
เมื่อสิ้นชีพแล้ว ย่อมได้ไปสวรรค์
ปัพพชิตวิเหฐกชาดก ขุ.ชา.มก.๕๙/๑๗๑
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น