วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

๕ ถ้าคิดจะสู้ สิ่งเหล่านั้นก็ไร้ความหมาย

ถ้าคิดจะสู้   สิ่งเหล่านั้นก็ไร้ความหมาย
วันอาทิตย์ที่  ๒๘  เมษายน  พ.ศ.๒๕๓๙

                วัยลูกเณร  เป็นวัยที่เหมาะสมในการศึกษาวิชชาธรรมกายเป็นอย่างยิ่ง  เพราะเป็นวัยที่แข็งแรง  โรคภัยไข้เจ็บยังน้อย  ภาระเครื่องกังวลก็ไม่มี   ถ้าเอาความแข็งแรงความสดชื่นของร่างกายและความมีโรคน้อย  กับความปลอดกังวลในวัยนี้  ทุ่มเทชีวิตจิตใจศึกษาธรรมปฏิบัติ  จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและชาวโลกอย่างยิ่ง
                แต่จะมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ลูกเณรหลุดจากเส้นทางธรรมก็คือ  นำความกำหนัดยินดีในกามมายั่วยวนให้หลงใหล  นำความเพ้อฝันในอนาคต  อยากมีทรัพย์  ลาภ  ยศ  สรรเสริญ  ความเทียมหน้าเทียมตากับชาวโลกเขา  หรือยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นมาล่อลวง  นี่คือสิ่งที่ลูกเณรจะต้องเจอ  แต่ถ้าลูกเณรตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินไปในเส้นทางนี้และพร้อมที่จะสู้ไปกับหลวงพ่อ  และมีวิชชาธรรมกายเป็นสรณะเป็นที่พึ่งที่ระลึกแล้วละก็  สิ่งเหล่านี้ก็ไร้ความหมาย  ลูกเณรสามารถเอาชนะได้อย่างสบายๆ  หลวงพ่อได้ผ่านวัยนี้มาแล้ว  ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร
มะม่วงยังไม่ลืมต้น
                อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท  ลูกเณรจะต้องทำอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนก็คือ  ให้ถือว่าเรายังเป็นนวกะอยู่  หมายความว่า  ยังเป็นผู้ใหม่ในพระธรรมวินัย  แม้ยังไม่ได้บวชเป็นพระก็ตาม  ภายใน ๕ ปีนี้  ลูกเณรจะต้องพรากจากครอบครัวอย่างแท้จริง  พรากจากหมู่ญาติ  จากเพื่อนฝูง  จากข่าวสารต่างๆ  ที่เป็นพิษเป็นภัยต่อจิตใจของลูกเณร  ลูกเณรจะต้องเอาชนะสิ่งนี้ให้ได้เพราะ ๕ ปีที่อยู่ในเส้นทางนี้เหมือนมะม่วงยังไม่ลืมต้น  มะม่วงที่เปรี้ยวจะต้องปลิดออกมาบ่มให้สุกงอม  ให้คลายรสเปรี้ยวเสียก่อน  ลูกเณรก็เช่นเดียวกัน  ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องแต่งกายใหม่ก็ตาม  แต่ถ้าหากว่าจิตใจของเรายังไม่พรากจากสิ่งเหล่านั้นจริงๆ  เครื่องแบบก็เป็นเพียงเครื่องแบบ
                ลูกเณรต้องทำความเข้าใจกับหมู่ญาติให้ดีว่า  ๕ ปีนี้ลูกเณรขอโอกาสศึกษาพระธรรมวินัยให้เต็มที่  เพื่อให้แตกฉาน  ให้ใจนั้นเข้มแข็ง  ไม่ใช่ไม่รักไม่เคารพโยมพ่อ โยมแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติมิตร  แต่ว่าลูกเณรยังเป็นผู้ใหม่อยู่  จึงจะต้องศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด  ถ้าหากว่ากลับไปเยี่ยมบ้าน  สิ่งที่จะได้ยินได้ฟังก็มีแต่เรื่องทางโลก  เรื่องที่นำมาซึ่งความร้อนใจ  ทำให้จิตหยาบ  เกิดความท้อ  และในที่สุดเราก็จะถอยจากเส้นทางนี้ออกไป
                เพราะฉะนั้น ๕ ปีนี้  จะต้องเป็น ๕ ปีที่ลูกเณรจะต้องเข้มแข็งตั้งใจมั่นที่จะศึกษาฝึกฝนตัวของเราให้เป็นสามเณรที่โลกต้องการ  เป็นสามเณรทหารกล้าแห่งกองทัพธรรมที่มุ่งจะไปถึงที่สุดแห่งธรรม  จะต้องทำความเข้าใจกับหมู่ญาติให้ดี  และใจต้องพรากกันจริงๆ
 
บ่วงแห่งมาร
                จำไว้ว่าเส้นทางนี้ต้อง สู้อย่างเดียว  ขอให้นึกถึงคำเดียวเท่านั้น  จำง่ายๆ ว่า สู้ลูกเณรต้องสู้   เมื่อเจอสิ่งที่ยั่วยวนทำให้หลงใหลไปทางตา หู  จมูก  ลิ้น  กาย  ใจ  แต่ถ้าเราไม่เผลอสติ  มีใจหยุดนิ่งอยู่ภายในกลางแล้ว  ทุกเรื่องเป็นเรื่องเล็ก  จะรู้สึกเฉยๆ  เรื่องโน้นเรื่องนี้ก็ไม่มีความหมาย  ทำอะไรเราไม่ได้ทั้งนั้น  เพราะฉะนั้นตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้  เป็นปฏิรูปเทสที่สำคัญ  ที่ลูกเณรจะต้องนำใจมาตั้งไว้อยู่ตลอดเวลา  ให้ติดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์พระภายในตัวเรา
               
หลวงพ่อขอให้ลูกเณรได้เดินทางในเส้นทางนี้โดยปลอดภัย  ไปให้ถึงที่หมายอย่างอัศจรรย์  หลวงพ่อจะเป็นธงชัยให้ลูกเณร  แล้วก็จะเป็นทุกสิ่งให้ลูกเณรเพื่อที่เราจะได้ไปถึงที่หมายพร้อมๆ กัน
                หลวงพ่อจะไม่ทิ้งลูกเณรแม้แต่รูปเดียว  เพราะฉะนั้นลูกเณรก็อย่าทิ้งหลวงพ่อไปนะ  เดี๋ยวเกิดไปเจอในบางสิ่ง  ก็มี ๒ เรื่องเป็นหลักคือ สตรีกับสตางค์นี่แหละ  ที่จะทำให้ลูกเณรทิ้งหลวงพ่อ  นอกนั้นเป็นเรื่องรองลงมา  แต่ถ้าหากว่าตั้งใจสู้ละก็  เรื่องใหญ่มันก็เป็นเรื่องเล็ก  จนกระทั่งไร้ความหมายไปในที่สุด  แต่ถ้าไม่สู้  เรื่องเล็กก็เป็นเรื่องใหญ่
                ยามใดที่เกิดความท้อแท้เบื่อหน่าย  หรือมีอุปสรรคอันใดเกิดขึ้นก็ตาม  ยามนั้นให้นึกถึงสิ่งที่หลวงพ่อได้พูด  ให้นึกถึงพระอาจารย์  ให้นึกถึงเพื่อนสหธรรมิกที่มีกำลังใจเข้มแข็ง  มีเป้าหมาย  ปณิธาน  อุดมการณ์  ที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม  นี่คือบุคคลที่ควรเข้าใกล้  ไปพูดคุย  ไปปรึกษาหารือ  โดยมีวัตถุประสงค์ว่า  การคุยนี้จะนำมาซึ่งความเข้มแข็งของจิตใจ  มีกำลังใจที่จะเดินไปในเส้นทางนี้ต่อไป  ไม่ใช่ว่าคุยกับคนที่ท้อแท้แล้วชวนกันท้อถอย  อย่างนั้นไม่ถูกต้อง
                ถ้อยคำที่สำคัญนี้  หลวงพ่อฝากฝังเอาไว้ให้ลูกเณรทุกรูป  จะได้จำให้ติดลึกๆ  จำให้มั่นทีเดียว  เผื่อเวลาเราเจอภาวะที่ทำให้เราง่อนแง่นคลอนแคลน  จะได้นึกถึงคำที่หลวงพ่อพูดในวันนี้  แล้วรุกหน้าไป  ให้เหมือนกับช้างศึกที่ตกหล่มได้ยินเสียงกลองศึกตีกระหน่ำแล้วก็ลุกพรึบขึ้นมาได้เลย  ยืนหยัดสู้กันต่อไปไม่ว่าอุปสรรคอะไรจะเกิดขึ้น  เป็นสิ่งเล็กน้อยนิดเดียวเท่านั้นเอง  ตกนรกมันยังยิ่งกว่านี้นะลูกนะ
ธรรมรักษา
                การปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ  มีความสำคัญต่อลูกเณรมาก  ในขณะนี้ลูกเณรอยู่ใกล้หลวงพ่อ  ห่างจากสิ่งแวดล้อมที่ทำให้จิตหยาบ  มีจิตใจที่ละเอียดอ่อน  เพราะไม่มีเครื่องกังวลในเรื่องกิจวัตรกิจกรรม  หรือการศึกษาเล่าเรียน  ดังนั้นในขณะนี้จิตใจของลูกเณรยังเข้มแข็งอยู่  การก้าวเดินไปในเส้นทางนี้และในหนทางที่เราจะเดินต่อไปในอนาคต  ดูรู้สึกไม่ยากเย็นอะไร

                มีอยู่ทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้ลูกเณรประคองตนอยู่ในเส้นทางนี้ได้โดยปลอดภัย  นั่นคือ  ลูกเณรจะต้องปฏิบัติธรรมให้สม่ำเสมอ  ทำจิตให้มันละเอียดเรื่อยๆ ไป  อย่างน้อยก็รักษาในระดับที่ลูกเณรได้เข้าถึงในตอนนี้  อย่าให้มันทรุดตกต่ำกว่านี้  แล้วให้มีองค์พระติดตัวเราไปเป็นสรณะตลอดเวลา  ไม่ว่าเราจะทำกิจวัตรกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่  ถ้าทำได้อย่างนี้  หลวงพ่อเชื่อว่าสิ่งที่ลูกเณรได้ตั้งใจไว้จะสมปรารถนา

แก้วสารพัดนึก
                ลูกเณรจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกๆ คน  ไม่ว่ากิจวัตรและกิจกรรมอันใด  ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่าง  เราทำของเราให้ถูกต้องและดีงามเท่านั้น  เมื่อเราทำอย่างสม่ำเสมอ  จะเกิดแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ใจอ่อนแอ  เผลอเรอจากกิจวัตรกิจกรรม  เขาคึกคักเข้มแข็งตามลูกเณรมาด้วย  ถ้าลูกเณรเข้มแข็ง  เขาจะเข้มแข็ง  ถ้าลูกเณรมีระบบระเบียบ  เขาก็จะมีระบบระเบียบ  จะทำตามกันไป  เพราะฉะนั้นนี่เป็นสิ่งสำคัญมากนะจ๊ะ  ใครจะอย่างไรเรื่องของเขา  แต่เรื่องของเราต้องดีที่สุด  และนั่นแหละเขาจะทำตามเรา  ทำให้ได้นะลูกนะ  ทำอันนี้ให้ดีทีเดียว  ถ้าได้อย่างนี้ลูกเณรจะเป็นแก้วสารพัดนึกของหลวงพ่อ

เหมือนเล่นขายของ
                เราเลือกเกิดไม่ได้  แต่เราเลือกทำได้  เลือกเป้าหมายชีวิตได้  ตอนนี้เรามาสู่จุดสูงสุดแล้ว  จุดที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรม  ถือว่าสูงสุดในฐานะผู้รู้  เหลืออย่างเดียวเราเดินทางให้ถึงแค่นั้นเอง  อย่าท้อ  อย่ากลัวความยากลำบาก  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นลูกเณรต้องสู้อย่างเดียว  ไปให้ถึงที่สุดให้ได้  พยายามทำความละเอียดให้ได้ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะอันใดก็ตาม  ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว  เดี๋ยวจะได้นะ
 
                การครองเรือนเป็นเรื่องของเด็กๆ  เขายังไม่รู้เรื่อง  เหมือนเด็กๆ ให้ไปเล่นขายของสักพักหนึ่งก่อน  แต่ลูกเณรเป็นเด็กแต่ตัวนะ  ใจเราต้องเป็นผู้ใหญ่  ผู้ใหญ่จะต้องมีความรู้สึกนึกคิด  รับผิดชอบต่อมวลมนุษยชาติและธาตุธรรม  ทำงานใหญ่เลยลูกเอ๊ย  อย่าไปคิดทำงานเล็กๆ ไปครองเรือนก็ได้แค่ครอบครัว  ถูกครัวครอบ  แคบๆ แค่นั้นเอง  คิดทำงานใหญ่ๆ  ถึงเราจะจนๆ อย่างนี้  หลวงพ่อก็จนเหมือนกัน  แต่ใจของเราต้องยิ่งใหญ่  กว้างขวาง  ต้องคิดทำงานเพื่อมวลมนุษยชาติและธาตุธรรม  มันถึงจะสมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์

จงมาดูอัตภาพอันวิจิตร  มีกายเป็นแผลเน่าอันคุมกันอยู่แล้ว
กระสับกระส่าย  เป็นที่ดำริของชนเป็นอันมาก  ไม่มีความยั่งยืนมั่นคง
จงมาดูรูปอันวิจิตรด้วยแก้วมณีและกุณฑล  มีกระดูกอันหนังหุ้มห่อไว้ งามพร้อมด้วยผ้า (ของหญิง) เท้าที่ย้อมด้วยสีแดงสด  ใบหน้าที่ไล้ทาด้วยจุณ
ผมที่แต่งงามให้เป็นแปดลอน  ตาที่เยิ้มด้วยยาหยอด  กายเน่าอันประดับด้วยเครื่องอลังการ  ประดุจทะนานยาหยอดอันใหม่วิจิตร  พอจะหลอกคนโง่ให้หลงได้  แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้
ท่านเป็นดังพรานเนื้อวางบ่วงไว้  แต่เนื้อไม่ติดบ่วง  เมื่อพรานเนื้อกำลังคร่ำครวญอยู่  เรากินแต่อาหารแล้วก็ไป


รัฐปาลสูตร  มัชฌิม.มก.๒๑/๓๔

๔ ที่สุดแห่งการแสวงหา

ที่สุดแห่งการแสวงหา
วันศุกร์ที่..๓..พฤษภาคม..พ.ศ.๒๕๓๙

ลูกเณร  อยู่ในสภาวะของผู้เข้ามาใกล้พระรัตนตรัยแล้ว  มาถึงจุดของผู้รู้ที่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์  เป็นเครื่องแบบชุดสุดท้ายสำหรับการเดินทางในสังสารวัฏ  มีข้อวัตรปฏิบัติสุดท้ายที่เป็นไปเพื่อจะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม  ให้ลูกเณรทุ่มเทชีวิตจิตใจ  ฝึกกาย  วาจา  ใจ ของเรา  ให้มีความพร้อมที่จะเข้าถึงธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของเรา  จะได้พ้นจากความทุกข์ทั้งหลาย  สามารถช่วยตัวเราเองและสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ด้วย
                เพราะฉะนั้น  หลวงพ่ออยากให้ลูกเณรทุกรูปทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อแสวงหาธรรมกายอย่างเดียว  ไม่ไปแสวงหาสิ่งอื่น  ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เป็นแก่นสารของชีวิต
                เรื่องอื่นเป็นเรื่องของชาวโลก  เขายังไม่รู้  ยังไม่เข้าใจ  เขารู้ในสิ่งที่เขาได้เห็นในโลก  เกิดมาเห็นชาวโลกเขาทำอย่างไร  ก็ทำตามๆกันอย่างนั้น  ซึ่งในที่สุดก็ไม่เกิดประโยชน์  แถมเกิดโทษ  มีพันธนาการของชีวิต  มีความทุกข์  เซ็ง  เครียด เบื่อ กลุ้ม  สุมอยู่ในใจตลอดวันตลอดคืน  แต่บอกใครไม่ได้  จะลาออกจากสมาชิกครอบครัวก็ไม่ได้  เพราะมีพันธะชีวิตเสียแล้ว  ต้องทำมาหากิน  ต้องแก่งแย่งชิงดีกัน  มีทั้งคู่แข่ง  มีทั้งคู่แค้น  ลำบากตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน  หลับก็ไม่สนิท  ตื่นมาก็ไม่เป็นสุข  ชีวิตต้องดิ้นรนสับสนอยู่ตลอดเวลา  เพราะเขาเกิดมาเจออย่างนั้น  ก็ทำตามกันไปอย่างนั้น
                ชีวิตทางโลกไม่มีอะไรหรอก  ลูกเณรกำลังอยู่ในวัยห้าว  กำลังคิดอยากเป็นโน่นเป็นนี่  ไปนั่นไปนี่  ถ้าเป็นธรรมกายเสียจะดีกว่า  ประเสริฐกว่า  เพราะเมื่อเข้าถึงธรรมแล้วสามารถช่วยตนเองให้พ้นทุกข์ได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย  ลูกเณรต้องตั้งใจแสวงหาธรรมกายอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันเลย  จึงจะคุ้มค่ากับที่ได้เกิดมา  อย่าไปคิดแสวงหาสิ่งอื่น  สิ่งอื่นไม่ได้เรื่องหรอก  ปากทางมันลื่น  ถ้าตกลงไปแล้วมันขึ้นไม่ได้

คล้ายกรงขัง
                ปากทางแห่งความเสื่อม  ปากทางดูสวยสดงดงาม  ดูหรูทีเดียว  เราลองไปดูรูงู  รูเต่า  หรือหลุมโจนดักปลา  ปากทางมันลื่น  สวย  ลงง่าย  เช่นเดียวกับปากทางแห่งความเสื่อม  แห่งความหายนะดูสวยสดงดงาม  ลื่นและลงง่ายอย่างนั้น  เห็นแล้วชวนแก่การเข้าไปจริงๆ  แต่พอหล่นตกลงไปแล้วขึ้นไม่ได้
พันธนาการของชีวิตก็เช่นเดียวกัน  เรามองออกไปนอกวัด  เห็นเพื่อนฝูง  เห็นชาวโลกได้เรียนสูงๆ จบปริญญา  นั่งรถเบ็นซ์  รถเก๋ง  มีลูกมีเต้า  เข้ามาวัดหัวเราะร่าเริง  ยิ้มแย้มแจ่มใส  มีคนนับหน้าถือตา  มีบริวารห้อมล้อม  พรั่งพร้อมทุกอย่าง  เขาคงจะมีความสุข  ส่วนเราอยู่ในวัดนั่นก็ระเบียบ  นั่นก็วินัย  นั่นก็ไม่ได้  นี่ก็ไม่ได้  อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง  อยากจะกินก๋วยเตี๋ยวตอนกลางคืนก็ไม่ได้   กินมาม่าใส่ไข่เยี่ยวม้าก็ไม่ได้  จะดูนั่นดูนี่ก็ไม่ได้  ได้ยินเสียงกล้ามเนื้อกระตุกก็เต้นไม่ได้  มันชักอึดอัด  แล้วดูเพื่อนฝูงที่อยู่ข้างนอกดูเขามีความสุขจังเลย  แต่นั่นละหน้าชื่นอกตรม  คนในอยากออก  คนนอกอยากเข้า  จะออกก็ไม่ได้  แต่คนนอกยังไม่รู้เรื่อง  ยังสงสัยอยู่  อยากจะเป็นอย่างนั้น สุดท้ายก็หล่นหลุมโจนตกลงไปในไห
                ดูเผินๆ ตื้นๆ  เหมือนเราอยู่ในกรงขัง  แล้วดูชาวโลกเหมือนอยู่นอกกรง  แต่จริงๆ  แล้วกลับตาลปัตรกันเลย  เราดูเหมือนอยู่ในที่แคบ  แต่เราจะไปสู่ที่กว้างที่สุดที่ไม่มีขอบเขต  เป็นอิสระ  กว้างขวางใหญ่โต  ส่วนทางโลกนั้นดูเหมือนกว้างแต่ติดพันธนาการของชีวิต  ไปไหนมีเครื่องผูกหย่อนๆ ตลอดเวลา  ห่วงลูก  ห่วงครอบครัว  ห่วงนั่นห่วงนี่  ไปต่างประเทศ  ไปไกลๆ  นึกว่าจะไม่ห่วง  ก็ยังห่วงบ้าน  เหมือนมีเชือกผูกหย่อนๆ อยู่ตลอด  ในที่สุดก็อยู่ในที่แคบ  ไม่เป็นอิสระ
เงื่อนไขชีวิต
                ทุกชีวิตไม่ว่าเราจะไปอยู่ตรงไหน  มีเงื่อนไขทั้งนั้น
                เป็นนักบวช  จะให้เขาเคารพกราบไหว้บูชา  ให้โอกาสเราทำความดี  ทำหยุด  ทำนิ่ง  ก็ต้องมีเงื่อนไข  คือมีกฎ  ระเบียบ  มีพระธรรมวินัย  ที่จะทำให้เราแตกต่างจากชาวโลก  ให้เราดีขึ้น  สว่างขึ้น  บริสุทธิ์ขึ้น
อยู่ทางโลก  ได้เที่ยวเตร่สนุกสนาน  เฮฮา  มีครอบครัว ก็มีเงื่อนไขคือ  มีพันธนาการของชีวิต  ต้องทำมาหากิน  ต้องเลี้ยงดูครอบครัว  ไม่มีโอกาสได้ประพฤติปฏิบัติธรรม  ได้สร้างความดี  สร้างบารมีได้อย่างเต็มที่อย่างเช่นนักบวช
                นักบวชไม่ต้องทำมาหากิน  แต่ก็ต้องทำศีล  สมาธิ  ปัญญา  ให้เจริญ  ฝึกหยุด  ฝึกนิ่ง  ส่วนทางโลกเขาไม่ต้องทำอย่างนี้  เขามีครอบครัวได้  แต่ต้องทำมาหากิน
                การทำมาหากินทางโลกลำบากมาก  ลูกเอ๊ย  กว่าจะได้เงินทองมา  ต้องไปตบไปตีเขานะ  ไม่ใช่หมายความว่าต้องไปตบเขาจริงๆ  แต่หมายความว่า  ต้องไปต่อสู้กับเขาทีเดียว  มันลำบาก  ทำมาหากินยังไม่พอจะกิน  อย่าหวังทำมาหาเก็บ  หรือทำมาค้าขาย  ยิ่งทำมาสร้างบารมีนี่น้อยที่สุดเลย
                เพราะฉะนั้นจะอยู่ในเพศสมณะก็มีเงื่อนไข  เป็นฆราวาสก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน  จะอยู่ตรงไหนมีเงื่อนไขทั้งนั้น  จะรับราชการทหาร  เขาก็มีเงื่อนไขของทหาร  จะเป็นพลเรือนก็มีเงื่อนไขของพลเรือน  แต่ทางโลกนั้น  สิ่งแวดล้อมมีแต่ผู้ทุศีล  เราจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์แม้เพียงข้อเดียวก็ยาก  หากออกไปอยู่ทางโลก  เราจะเป็นผู้ทุศีลไปโดยที่เราไม่รู้ตัว  ส่วนทางธรรม  มีระเบียบ  มีวินัย  แต่ว่าศีลเราจะบริสุทธิ์  จิตเราจะตั้งมั่น  เราจะมีปีติสุขเป็นรางวัลตอบแทนให้กับตัวเรา
                สรุปว่า  ชีวิตไหนก็ไม่มีอิสระเท่ากับชีวิตของนักบวช  เราเหมือนอยู่ที่แคบ  แต่ใจเราจะไปสู่โลกกว้างที่ไม่มีขอบเขต  เป็นอิสระ  แต่ทางโลกเขาเหมือนอยู่ในโลกกว้าง  แต่ใจเขาคับแคบ  อึดอัด  บอกใครก็ไม่ค่อยได้  นี่มันเป็นอย่างนี้นะลูกนะ

วินัย
                วินัย  คือ  สิ่งที่นำเราออกไปดี  นำเราไปแจ้ง  นำเราให้แตกต่างจากชาวโลก  จนกระทั่งเขาเคารพกราบไหว้บูชาเราได้  ด้วยความเลื่อมใสในข้อวัตรปฏิบัติและปฏิปทาของเรา  เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความงดงาม  และความอยู่เป็นสุขของหมู่คณะ  เป็นสิ่งที่ยังความเลื่อมใสยิ่งขึ้นแก่หมู่ชนผู้เลื่อมใสแล้ว  และยังความเลื่อมใสแก่ผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส
                เพราะฉะนั้น  อย่าอึดอัดกับการที่ต้องอยู่ในพระธรรมวินัย  แต่ให้คิดว่ากฎ  ระเบียบ  หรือพระธรรมวินัยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต  เหมือนตื่นเช้าขึ้นมาอาบน้ำ  ล้างหน้า  แปรงฟัน  ขับถ่าย  ไม่มีใครมาบอกเรา  แต่เป็นสิ่งที่เราทำเป็นปกติอยู่แล้ว  หากลูกเณรทำได้อย่างนี้  ต่อไปจะเกิดอานิสงส์คือ  ทำให้จิตใจเราเบิกบาน  แช่มชื่น  แล้วก็ติดเป็นนิสัย  ไม่มีความรู้สึกว่า  เป็นสิ่งที่ทำให้เราอึดอัด  คับแคบ  ยุ่งยากใจ  ลำบากใจ

                ดังนั้น  ลูกเณรอย่าเสียเวลาอึดอัดใจกับการที่เราต้องอยู่ในระเบียบวินัย  ด้วยการทำความเข้าใจว่า  เรามาอยู่ในสภาวะของผู้มีบุญมีบารมี  มาอยู่ในภาวะจุดสูงสุดแล้ว  อะไรๆ ไม่เป็นอุปสรรคทั้งนั้น  จะเป็นคำแนะนำสั่งสอน  กฎระเบียบวินัยก็ดีเป็นเรื่องเล็ก  เราทำตามเสียก็หมดเรื่อง  แล้วก็ตั้งใจฝึกฝนตนเองให้ดี  ให้สมควรที่จะรองรับวิชชาธรรมกาย  เดี๋ยวเราก็อยู่เป็นสุขสบาย  เดี๋ยววัน  เดี๋ยวคืน  เดี๋ยวเดือน  เดี๋ยวปี  เดี๋ยวหลายๆ ปี  เดี๋ยวก็แก่เฒ่ากันแล้ว
หยาดเหงื่อที่หลั่ง...ต่างกลั่นเป็นบุญ
                วัยของลูกเณร  เป็นวัยที่เหมาะสมในการศึกษาวิชชาธรรมกายอย่างยิ่ง  เพราะว่าวัยนี้มีโรคน้อย  สุขภาพยังแข็งแรง  เครื่องกังวลก็ไม่มี  เหนื่อยแป๊บเดียว  เดี๋ยวพักก็หาย  ลูกเณรยังเหนื่อยไม่จริง  วัยขนาดหลวงพ่อนี่เหนื่อยจริง  นั่งเฉยๆ ก็เหนื่อย  นอนเฉยๆ ก็เหนื่อย

                ในวัยของลูกเณรกำลังแข็งแรง  สดชื่น  เบิกบาน  มีความพร้อมทุกอย่างเลย  ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียน  ฝึกฝนตัวเราให้ดี  ทุกกิจกรรมมีเอาไว้เพื่อการสร้างบารมีทั้งนั้น  อย่าคิดเพียงตื้นๆ ว่า  ทำไมเราจะต้องทำงานโน่น   ทำงานนี่  ลำบากลำบนจังเลย  อย่าไปคิดอย่างนั้นนะจ๊ะ
  
                วัดของเราเป็นของลูกเณรทั้งหมด  ต่อไปเมื่อหลวงพ่อไม่อยู่แล้ว  ทีมของลูกเณรเจริญเติบโตขึ้น  ก็ต้องมารองรับในสิ่งที่หลวงพ่อและชุดบุกเบิกได้สร้างขึ้นมา  ลูกเณรอยู่ในชุดรักษา  และทำให้เจริญต่อไป  เราต้องเรียนรู้งานทุกระบบ  ตั้งแต่ในห้องน้ำหลวงพ่อก็ทำมาแล้ว  ต้นไม้ใบหญ้า  ขุดลอกคันคูคลอง  ทำความสะอาด  จัดเสนาสนะ  ตลอดจนกระทั่งงานทุกอย่าง  เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเรียนรู้ไปทุกระบบ  เป็นงานที่เราต้องทำ   เมื่อทำแล้ว  นอกจากจะได้เรียนรู้งานแล้ว  ยังทำให้ร่างกายแข็งแรง  เลือดลมเดินสะดวก  และเป็นการฝึกความมีระบบระเบียบแก่เราด้วย
                คนที่มีใจรักความสะอาด  มีอานิสงส์คือ  สิ่งสกปรกจะเข้าใกล้เราไม่ได้  จะไปเกิดในภพไหนก็แล้วแต่  จะไปเป็นชาวสวรรค์  วิมานเราก็จะสว่างมีรัศมียิ่งกว่าใคร  ลงมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว  สิ่งที่สกปรกไม่เข้ามาใกล้เราเลย  จะไปไหน  มีแต่ความสะอาด  ราบรื่น  มีระบบ  มีระเบียบตลอด  นี่เป็นอานิสงส์ที่จะติดตัวเราไปในภพเบื้องหน้า  เพราะฉะนั้นมีเรี่ยวแรงทำไปเถอะลูก  เราจะได้เรียนรู้ไปทุกระบบ  ต่อไปเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น  รุ่นหลังตามมาเราก็จะได้สอนเขาได้  แนะนำเขาได้ว่า  อย่างนี้ควรทำ  ไม่ควรทำ


ดูก่อน  ภิกษุทั้งหลาย
การขับร้อง  คือการร้องไห้ในวินัยของพระอริยะ
การฟ้อนรำ  คือความเป็นบ้าในวินัยของพระอริยะ
การหัวเราะจนเห็นฟันอย่างพร่ำเพรื่อ
คือความเป็นเด็กในวินัยของพระอริยะ
เพราะเหตุนั้น  ในเรื่องนี้พึงชักสะพานเสีย
ในส่วนการขับร้อง  การฟ้อนรำ
ส่วนการหัวเราะนั้น  เมื่อท่านทั้งหลายเบิกบานในธรรม
ก็ควรแต่เพียงยิ้มแย้ม
                                                                โรณสูตร  อัง.ติก.มก.๓๔/๕๑๕

๓ ความโชคดี อย่างที่สุด

ความโชคดี   อย่างที่สุด
วันศุกร์ที่ ๒๖ เมษายน  พ.ศ.๒๕๓๙

กว่าที่ลูกเณรจะมานั่งตรงนี้  อยู่ในชุดนักรบกองทัพธรรมนี่มันยากนะ  ยากมาก  แต่บางทีเราก็ไม่รู้ตัวของเราว่ามันยากขนาดไหน  คนทั่วโลกตั้งหลายพันล้านคน  โอกาสจะเป็นอย่างนี้มีไม่กี่คน  แม้ที่อยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์ก็เยอะ  แต่โอกาสที่จะได้รู้เรื่องเป้าหมายชีวิตก็น้อย  ยิ่งเป้าหมายว่าถึงที่สุดแห่งธรรม  นั้นคือจุดสูงสุด  ยิ่งไม่ค่อยมี
สิ่งนี้ถ้าหลวงพ่อวัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ  ไม่บังเกิดขึ้น  เราจะไม่มีวันรู้เลย  เพราะฉะนั้นเราเกิดมาในยุคของผู้มีบุญ  เพราะเราได้สั่งสมบุญมาอย่างดี  จึงมาได้ยินได้ฟัง  เมื่อโอกาสนี้มาถึงแล้ว  ถ้าเราปล่อยให้หลุดไป  น่าเสียดายทีเดียว  เพราะฉะนั้นคำว่า  ลาสิกขา”  ไม่ควรมีอยู่ในใจของลูกเณร  อย่าให้เกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว   เพราะเราอยู่ในภาวะอันสูงสุดแล้ว  ไม่ควรจะถอยหลังไปอยู่ในภาวะที่ต่ำกว่า

เพศนี้เป็นเพศสุดท้ายของชีวิตมนุษย์  อย่าว่าแต่ชีวิตมนุษย์เลย  แม้ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เวียนว่ายตายเกิดในภพทั้งสามนี้  เพศนี้  ภาวะนี้  เครื่องนุ่งห่มชุดนี้เป็นชุดสุดท้าย  ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง  ชุดนี้สำคัญที่สุด  ถ้าใครยังไม่มีผ้าสีนี้  เครื่องนุ่งห่มชุดนี้  ยังต้องเดินทางอีกยาวนานทีเดียว  เพราะฉะนั้นลูกเณรต้องนึกบ่อยๆ  จะได้เกิดความรู้สึกปีติ  ภูมิใจในภาวะที่เราเป็นอยู่ในขณะนี้

เทวดาก็หมดโอกาส  พรหม  อรูปพรหม  ไม่ต้องพูดถึง  ยิ่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย เปรต อสุรกาย สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉานไม่ต้องพูด  ต้องเอาสัตว์ที่ไม่มีประมาณที่เวียนว่ายตายเกิดในภพทั้ง ๓ มาดู  แล้วเราถึงจะปีติ  มองดูภพภูมิต่างๆ  ของสัตว์โลก  สรรพสัตว์ทั้งหลาย  เห็นภพทั้งสามเหมือนเราดูของในห้องอย่างนี้  เมื่อนั้นจะมีความปีติยิ่งกว่านี้อีก  แล้วตอนนั้นเราจะรู้แจ้งและซาบซึ้งว่า  ภาพนี้  เครื่องนุ่งห่มชุดนี้  คือชุดที่สำคัญที่สุด    ชุดสุดท้ายที่จะไปสู่ที่หมายปลายทาง  ต้องรักษาหวงแหนชุดนี้ไว้ให้ดี   ดังนั้นอย่ามีความคิดในใจที่คิดจะเปลี่ยนแปลงชุดเป็นอันขาด
เส้นทางที่ต้องต่อสู้
                เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ต้องต่อสู้  ต้องอดทนอดกลั้นตลอด  สิ่งที่หนักหนาสาหัสของเราก็มีเรื่องความกำหนัดยินดีในกาม  อันนี้เป็นหลัก  เบื่อหน่ายต่อความยากลำบาก  เพราะติดความสะดวกสบาย  ติดความเพลิน  หรือกระทบกระทั่งกัน  น้อยอกน้อยใจ  อย่าให้ความรู้สึกชนิดนี้มาขวางหนทางอันยิ่งใหญ่ที่เราจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมเป็นเด็ดขาด

เพราะฉะนั้นให้ลูกดูว่า  อะไรที่เป็นข้าศึกต่อเพศนี้  หรือต่อเป้าหมายของเรา  ต้องเอาชนะให้ได้  ใจอย่าไปยอมแพ้  เมื่อสิ่งนั้นมากระทบทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายอยากจะลาออกจากเพศนี้ดีกว่า  นั่นแหละให้รู้ไว้เลยว่า  เราต้องเอาชนะให้ได้ว่า  ข้าไม่เชื่อเอ็ง  ข้าเชื่อพระพุทธเจ้า  อารมณ์นั้นจะอยู่กับเราไม่นาน  ชั่ววูบเท่านั้นเอง  เดี๋ยวก็วัน  เดี๋ยวก็คืน  เดี๋ยวก็หมดเวลา
ตอนสมัยหลวงพ่อเริ่มเรียนธรรมะใหม่ๆ  จะมีความรู้สึกว่าไม่อยากให้ทุกวินาทีผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์  อยากสร้างบุญ  สร้างบารมีให้เกิดขึ้นทุกวันเลย  อยากให้ธรรมะก้าวหน้า  คิดอย่างนี้ทุกวัน  คิดแล้วก็มีความสุข  มีปีติ  มีความเบิกบานใจ  ลูกเณรคิดอย่างนี้บ้างสิจ๊ะ  เราจะมีความสุข และมีกำลังใจเข้มแข็งเบิกบาน
                เพราะฉะนั้นคำว่า  ลาสิกขา”  อย่าให้มีอยู่ในใจลูกเณรทุกรูป  ใครมีรีบไปลบ  ไปขีด  ไปฆ่าเสีย  ฟ้าจะถล่มแผ่นดิน  แผ่นดินจะทลาย  คอขาดบาดตาย  คำนี้ไม่ท่องเด็ดขาดนะ
                คิดแต่ว่า  ทำอย่างไรจะศึกษา  มันคนละศึกนะ ส-เสือ เป็น ศ-ค ศึกษาวิชชาธรรมกายให้แจ่มแจ้ง  ให้เป็นที่พึ่งของเขาได้  ญาติโยมเขาไม่ถามหรอกว่าศาสตร์โน้น  ศาสตร์นี้เป็นอย่างไร  รัฐศาสตร์  เศรษฐศาสตร์  วิทยาศาสตร์  ไม่เห็นถามเลย  หรือบางทีเขาก็มาหาหลวงพ่อถามว่า  บุญ บาป  มีจริงไหม  ชีวิตคืออะไร  อะไรคือเป้าหมายของชีวิต  เพราะฉะนั้น ตลอดชีวิตการเป็นนักบวชของหลวงพ่อ  เจอแต่สิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น  ดังนั้น  ลูกเณรอย่าไปวิตกกังวลว่า  เราไม่มีความรู้แบบปริญญาตรี  โท  เอก  อย่าไปคิดอย่างนั้นนะ  ให้มีความภูมิใจว่าเรามียิ่งกว่านั้น
วิชาทางโลก
                ปริญญาตรี  โท  เอก  ด็อคเตอร์  เป็นแค่กิ่งและแขนง  ของวิชาความรู้เท่านั้นเอง  เรียนเอาไว้เลี้ยงชีพ  คำว่า  ”เรียนเอาไว้เลี้ยงชีพ”  หมายความว่า  เรียนจบด็อกเตอร์มา  ไปทำงานเขาก็ได้เงินเดือน

 พอได้เงินเดือนก็มาเลี้ยงชีวิต  หมดไปอีกเดือน  เดือนหน้าก็ทำใหม่  เพราะฉะนั้นแม้จบด็อกเตอร์หากไม่รู้จักการสร้างบารมี  ก็ไม่ต่างกับคนขายขนมครก  ขายก๋วยเตี๋ยว  เพราะขายขนมครก  ขายก๋วยเตี๋ยวก็ได้เงินเดือน  จบด็อกเตอร์หรือนายพลทั้งหลาย  เขาก็ได้เงินเดือนเหมือนกัน  ก็ได้แค่นี้เอง  หลวงพ่อไม่เห็นว่าจะแตกต่างกันตรงไหน
แต่มีอะไรที่เหนือไปกว่านั้นบ้าง  ชีวิตของลูกเณรนั่นแหละ  เราก็มีความเป็นอยู่ไปเดือนๆ  หนึ่งเหมือนกัน  วันละบาตร  เดือนหนึ่ง ๓๐ บาตรถูกที่สุดเลย  แต่เรายังเข้าไปถึงความรู้อันยิ่งใหญ่มหาศาล  ความรู้ที่ช่วยทั้งตัวเองได้  ช่วยทั้งคนอื่นก็ได้  ช่วยโลกก็ได้  ช่วยหมดทั้งภพก็ได้  เพราะ ฉะนั้นอย่าไปยินดีในสิ่งที่ชาวโลกเขามีกันอยู่  ให้ยินดีในสิ่งที่เรามี  แต่เขาไม่มี  ให้ยินดีตรงนี้แล้วมุ่งไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมให้ได้  คิดอย่างนี้ทุกวันนะลูกนะ
ถ้อยคำสุดท้าย
                ถ้อยคำสุดท้าย  ประโยคสุดท้ายของมวลมนุษย์  ของเทวดา  พรหม  อรูปพรหม  ที่ยังเวียนว่ายตายเกิด  เมื่อถึงคราวยุติการเกิด  ถึงที่สุดแห่งธรรมแล้วคือ  สัมมาอรหัง  พอพูดแล้ว  หยุดแล้ว  ไม่กระวนกระวาย  ไม่เดินทางต่อ  กิจอย่างอื่นไม่ต้องมีอีกแล้ว  ขีณา  ชาติวุสิตํ  พฺรหฺมจริยํกตํ  กรณียํ  นาปรํ  อิตฺถตฺตายะ  แปลว่า  ชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว  กิจจำต้องทำทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีกแล้ว  เพราะฉะนั้นคำสุดท้ายคือ  สัมมาอรหัง  หลังจากที่พูดโน่น  พูดนี่  พูดให้ใจกระเพื่อมสารพัด
เมื่อภาวนา  “สัมมาอรหัง  ไปเรื่อยๆ  พอใจหยุด  คำภาวนาจะหายไป  สัมมาอรหังเป็นประดุจยวดยานพาหนะที่ส่งใจถึงฝั่ง  คือศูนย์กลางกายฐานที่  ๗  ต่อจากนี้ไปเดินทางเส้นทางสายกลาง  อริยมรรค  โดยปลอดภัยถึงที่หมาย  นี่คือถ้อยคำสุดท้าย  เพราะฉะนั้นอย่าถอยหลังไปเริ่มต้นใหม่  ในขณะที่เขากำลังเพลินเพราะความไม่รู้  แต่เรากำลังเพลินด้วยความรู้  นั่งสงบนิ่งประดุจเสาเขื่อนอินทขีล  และเมื่อรู้แล้ว  เห็นแล้ว  เข้าถึงแล้ว  สามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้ว  หน้าที่ต่อไปก็คือนำธรรมะไปสั่งสอนชาวโลก  ให้เขาได้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด  คือพระรัตนตรัยภายในเช่นเดียวกับลูกเณรนะลูกนะ
                                      ดอกบัวมีกลิ่นหอม  พึงเกิดในกองหยากเยื่อ
อันบุคคลทิ้งแล้วใกล้ทางใหญ่
ดอกบัวนั้น  พึงเป็นที่ชอบใจ  ฉันใด
สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อบุคคลเป็นดังกองหยากเยื่อเกิดแล้ว
ย่อมไพโรจน์ล่วงปุถุชนผู้มืดทั้งหลาย
ด้วยปัญญา  ฉันนั้น


ครหทินน์  ขุ.ธรรมบท.มก.๔๑/๑๔๗

๒ ผ้าสีสุดท้าย ๑

ผ้าสีสุดท้าย ๑
วันอังคารที่ ๓๐ เมษายน  พ.ศ.๒๕๓๙

                ลูกเณรรู้ตัวหรือเปล่าจ๊ะว่า  ลูกเณรมีบุญมากที่ได้มาศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เขาจะวัดว่าใครมีบุญมากบุญน้อย  วัดกันตรงนี้  วัดว่าใครดับทุกข์ได้  เป็นผู้บริสุทธิ์  หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพานได้  อย่างนี้เขาถือว่าเป็นผู้มีบุญมากที่สุด  เขาไม่ได้ดูว่า ใครเป็นนายกรัฐมนตรี  เป็นมหาเศรษฐีของโลก  เป็นพระเจ้าจักรพรรดิแค่นั้นนะ  นั่นมีบุญเหมือนกัน  แต่มีบุญระดับปานกลาง  มีบุญมากที่สุดต้องไปสู่พระ-นิพพาน
                การมีบุญที่ได้เป็นเทือกเถาเหล่ากอ ของสมณะอย่างที่ลูกเณรเป็น  มีเครื่องแบบชุดสุดท้ายของสังสารวัฏ  คือผ้ากาสาวพัสตร์ที่ลูกเณรได้ครองอยู่  ถือเป็นผ้าผืนสุดท้ายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว
                ในสมัยพุทธกาล  แม้เกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์อย่างพระมหากัปปินะ  ในที่สุดพระองค์ก็ต้องทิ้งเครื่องทรงพระราชามาสวมใส่ชุดนี้  หรือมหาเศรษฐีที่มีสมบัติตักไม่พร่องอย่างท่านโชติกเศรษฐี  สุดท้ายก็มาสวมชุดนี้  จะเกิดเป็นคนชั้นสูง  ชั้นกลาง  หรือชั้นล่าง  ในที่สุดก็ต้องมาอยู่ในชุดนี้
                แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา  เวียนว่ายตายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน  ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ก็ดี  เป็นสามัญชนก็ดี  ตอนสุดท้ายพระองค์ก็สละราชสมบัติออกบวชบำเพ็ญพรต  ครองผ้ากาสาวพัสตร์เป็นชุดสุดท้ายก่อนไปอายตนนิพพาน  เหมือนเป็นชุดที่รวมบุญ  รวมบารมี  รวมคุณความดีทั้งหมด  มาสู่ชุดนี้  คล้ายกับมหาสมุทรเป็นที่รวมของแม่น้ำทุกสาย จากห้วย  หนอง  คลอง  บึง  จากป่าเขาอย่างนั้น
                ถ้าใครได้สวมเครื่องแบบชุดนี้  มีนิพพานเป็นที่ไป  หมายถึงว่าบารมีที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน  เวียนว่ายตายเกิด  เป็นอะไรมาสารพัด  สุดท้ายก็จะต้องอยู่ในชุดผ้ากาสาวพัสตร์  ที่ลูกเณรกำลังสวมอยู่  ถ้าหากมีเครื่องแบบที่แตกต่างจากนี้ไป  นั่นแสดงว่ายังต้องเวียนว่ายตายเกิด  สร้างบุญสร้างบารมีไปอีกยาวนานทีเดียว
                กว่าจะได้มีโอกาสมาสวมชุดนี้  ไม่ใช่ง่ายๆ นะ  สีสุดท้ายของมวลมนุษยชาติ  ต้องเป็นสีทองคำบริสุทธิ์ผุดผ่องนี้  ทอง  เกิดขึ้นมาก็งามตั้งแต่เกิด  เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีมูลค่า  มูลค่าคือราคา  ทองไปอยู่ที่ไหนก็มีราคา  ไม่ว่าจะอยู่ในโคลนตม  ในป่าเขา  หรือในห้วย  หนอง  คลอง  บึง
                สีทองเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง  เหมือนดวงใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง  เต็มเปี่ยมไปด้วยบุญกุศลที่ลูกเณรได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน  ทำให้ลูกเณรมีคุณค่า  และมีราคาสมกับที่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์  เพราะฉะนั้นชุดนี้ไม่ใช่ชุดธรรมดา  เป็นชุดสำหรับผู้มีบุญมาสวมใส่
                แล้วดูการออกแบบจีวรที่เราห่ม  พระพุทธเจ้ารับสั่งให้พระอานนท์ออกแบบ  ถอดแบบมาจากคันนา  เป็นช่องๆ  เนื่องจากผ้าในสมัยก่อนหายาก  เวลาผ้าขาดช่องไหนจะได้นำผ้าผืนเล็กๆ มาปะซ่อมได้ง่าย  เป็นชุดที่ออกแบบดีแล้วทันสมัยอยู่เสมอ  ชุดนอน  ชุดเที่ยว  ชุดเดียวกัน  ใช้ได้ตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องเขาก็นิมนต์ไปทำบุญ  คลอดมาแล้วไปเยี่ยมเยียนก็ใช้ชุดนี้  จนกระทั่งถึงวันคล้ายวันเกิด  วันแต่งงาน  งานบำเพ็ญบุญ  กระทั่งวันตาย  ตั้งแต่เกิดกระทั่งตาย  เราไปชุดนี้  แต่ของชาวโลกเดี๋ยวนุ่งยาว   นุ่งสั้น  หลากสีสัน  เพราะเขายังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร
               
ชุดนี้สวมไปที่ไหนคนก็ยกมือไหว้  ถ้าสวมชุดอื่นต้องไปไหว้เขา  ชุดนี้แค่ประคองบาตรใบหนึ่ง  ใครๆ เห็นก็ดีใจ  มีอะไรก็อยากนำมาถวาย  ข้าวปากหม้อ  อาหารรสเลิศ  นำมาใส่ให้  บางทีภายในบ้านเขายังไม่มีโอกาสได้ทานเลย  และน่าแปลก  ยิ่งให้เขายิ่งดีใจ  ซึ่งปกติชาวโลกยิ่งได้ยิ่งดีใจ  แต่เมื่อเห็นชุดของลูกเณร  ดีอกดีใจ  มาแล้ว  ปลุกกันทั้งบ้าน  ตื่นมาแต่เช้า  เตรียมอาหารอย่างดีมาใส่บาตร  เพราะฉะนั้นลูกเณรให้รู้เถอะนะว่า  ลูกเณรเป็นผู้มีบุญมีบารมีมากที่ได้สวมเครื่องแบบชุดนี้
ชุดนี้สำคัญ   ต้องรักษาเครื่องแบบชุดนี้ให้ยิ่งกว่าชีวิต  คือ ตายได้  แต่ว่าเครื่องแบบนี้จะต้องรักษาไว้อยู่แนบกาย เป็นชุดที่มนุษย์ เทวดา เคารพกราบไหว้  เป็นชุดที่พระราชามหา-กษัตริย์สละราชสมบัติมานับภพนับชาติไม่ถ้วนเลย  เพื่อที่จะมาครองเพศนี้  ครองเครื่องแบบชุดนี้

ทรงผมสุดท้าย
ทรงผมทรงสุดท้ายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วของผู้มีบุญ  ก็คือทรงผมของนักบวช  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำทรงนี้ดีที่สุด  มีมีดโกนเป็นธรรมาวุธ  เป็นหวีคู่กาย  หวีเดือนละครั้ง  สองครั้งก็ใช้ได้  แต่หวีทางโลกต้องหวีทุกวัน  เพราะฉะนั้นผมทรงนี้เป็นทรงสุดท้ายนะลูกเณรนะ  แต่ผมบนหัวคนที่ยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา  เดี๋ยวยาว  เดี๋ยวสั้น  เดี๋ยวหยิก  เดี๋ยวเหยียด  นั่นเขายังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรถึงจะดี
พระบาลี
                กว่าที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมาบังเกิดขึ้นแต่ละพระองค์นั้นยากมาก  และกว่าพระองค์จะมามีความรู้ที่ลูกเณรกำลังเล่าเรียนอยู่นี้  ต้องสร้างบารมี  สร้างความดีมายาวนานทีเดียว  สละโลหิตมากกว่าน้ำในท้องพระมหาสมุทร  สละเนื้อมากกว่าพื้นที่บนแผ่นดิน  ควักลูกนัยน์ตาให้ทานมากกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า  ตัดศีรษะบูชาธรรมมากกว่าผลมะพร้าวทั้งชมพูทวีป  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบางพระองค์สร้างบารมีถึง ๘๐ อสงไขยกับแสนมหากัป  ทั้งนึกในใจ  เปล่งวาจา  จนได้รับพุทธพยากรณ์  บางพระองค์ ๔๐ อสงไขยกับแสนมหากัป  บางพระองค์อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นี้สร้างบารมี ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัป
อสงไขย  แปลว่า  นับไม่ไหว  คือสร้างบารมีนับภพนับชาติไม่ถ้วน  สิ่งที่นับไม่ไหวมารวมกัน ๘๐, ๔๐, ๒๐ เศษอีกแสนมหากัป  แล้ววันที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ต้องสละชีวิตเข้าไปค้นความรู้  กว่าจะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่  ยากมาก  เมื่อตรัสรู้แล้วท่านทรงนำความรู้นั้นมาถ่ายทอดสั่งสอนสืบต่อกันเรื่อยมาเป็นเวลาสองพันกว่าปี  พระธรรมคำสอนอันทรงคุณค่านั้นได้ถูกเก็บไว้เป็นภาษาบาลี  ในตำรับตำราที่ลูกเณรกำลังเล่าเรียนอยู่นี้  เป็นคำสอนที่มีประโยชน์  ศึกษาแล้วจะเป็นแบบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานไปแล้ว  ก็เหลือพระธรรมคำสอนเป็นพระศาสดาแทนพระองค์  เพราะฉะนั้นลูกเณรมีบุญมากๆ  ที่ได้ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลี  ดังนั้นเวลาลูกเณรเรียนต้องเรียนเหมือนกับเราเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  มีความคิดอย่างนี้ว่า  ทุกตัวอักษรที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลี  คือองค์แทนของท่าน  เรียนด้วยความเคารพ  เรียนด้วยความกระหายอยากจะรู้ว่า  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสสอนอะไร  อะไรที่ทำให้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แล้วศึกษาอย่างทุ่มเทชีวิตจิตใจ  ให้รู้ทั่วถึง  ให้แตกฉาน
 
                อย่าไปคิดว่า  จะเรียนเพื่อให้สอบได้  จะได้เป็นมหาเปรียญอย่างเดียว  สอบได้นั้นให้ถือเป็นผลพลอยได้  ถ้าหากลูกเณรคิดเพียงแค่จะเรียนให้สอบได้เป็นมหาเปรียญ  จะได้มีหน้ามีตา  คิดแค่นี้เขาเรียกว่าคิดแบบเด็กๆ  ลูกเณรแม้จะเป็นเด็กแต่ต้องมีหัวใจเป็นผู้ใหญ่  ไม่หวังเพียงแค่ให้สอบได้  จะได้มีวิทยฐานะเทียมหน้าเทียมตาเขา  เราไม่หวังเพียงแค่นั้น  ต้องหวังว่าเราจะต้องเรียนรู้ให้ทั่วถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เก็บไว้เป็นภาษาบาลี  คล้ายกับพระราหุลที่กำเม็ดทราย  แล้วมีความปรารถนาที่จะเรียนรู้คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้เท่ากับปริมาณของเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือทุกวัน
                ลูกเณรต้องคิดอย่างนี้นะ  จะทำให้เรามีความเข้มแข็งคึกคักอยากจะรู้   แล้วใจจะไม่ไปไหน  จะเรียนด้วยความเคารพ  เรียนด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน  เรียนด้วยความสุข  มีความปีติ  มีความเบิกบานว่า  โอ...เรามีบุญมากจริงๆ นะ  ได้เข้ามาใกล้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะคำสอน ที่นอกเหนือจากนี้ที่อยู่ในโลก  เขาเรียนไปเพื่อครองเรือน  มีครอบครัว  มีลูกมีเต้า  มีภาระ  มีพันธะของชีวิต  ชาวโลกเขาเรียนกันอย่างนั้น  แต่ลูกเณรเรียนความรู้ที่จะทำให้หลุดพ้นจากโลก  เรียนให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยวิชชาจรณะ..นะลูกนะ


บุคคลย่อมเกิดในตระกูลกษัตริย์
ด้วยพรหมจรรย์อย่างต่ำ
เกิดในเทวโลก  ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง
และบริสุทธิ์ได้    ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง
                                               

อาทิตตชาดก  ขุ ชา มก ๕๙/๕๗๓

๑. เส้นทางที่เลือกเอง

๑.
เส้นทางที่เลือกเอง
วันอังคารที่  ๑๑  พฤศจิกายน  พ.ศ.๒๕๔๐
                การที่เราทิ้งทุกสิ่งมาจากทางโลก  เพราะเห็นว่าชีวิตทางโลกนั้นเป็นชีวิตที่อึดอัด  คับแคบ  เหมือนปลาอยู่ในข้อง  ถึงจะสนุกสนานเพลิดเพลิน  ก็สนุกสนานไปแบบแกนๆ กันไปอย่างนั้น  จึงได้ทิ้งสิ่งเหล่านั้นมาสู่เส้นทางนี้
                เมื่อเราตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด  จะเข้ามาสู่ในเส้นทางธรรม  ก็จะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างตั้งใจ  ให้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการมาสู่เส้นทางธรรม  ที่จะมาศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  มาฝึกฝนอบรมตนเอง  และมาสร้างบารมี  ให้ทำให้ได้อย่างที่ได้ตั้งใจเอาไว้

 ดูกระจก
                วันเวลาที่ผ่านไป  ก็ให้ผ่านไปด้วยการสั่งสมความดีความบริสุทธิ์ผุดผ่องเข้ามาใส่ตัวของเราให้มากๆ  ให้หมั่นตรวจตราดูแลตัวของเราเองให้ดี  ตั้งแต่ภายในออกมาสู่ภายนอก  นั่นคือตรวจตราดูแลจิตใจ  ความรู้สึกนึกคิดของเรา  ให้สะอาด   ให้เกลี้ยงเกลา  จากสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อกุศล  ต่อความบริสุทธิ์ผุดผ่อง  ให้ใจเราผ่องใสประภัสสรอยู่ตลอดเวลา  ตรวจตราดูแลวาจาและการกระทำของเรา  ให้บริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ตลอดเวลา
                ตรวจตราดูแลทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา  ไม่ว่าจะเป็นอาภรณ์  เครื่องนุ่งห่ม  อาวาสที่อยู่อาศัย  ตลอดจนกระทั่งอาหารที่จะนำเข้าไปสู่ร่างกายของเรา  ต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องตลอดหมด  สิ่งอะไรที่จะไหลผ่านกาย  วาจา  ใจของเราต้องสะอาด  ต้องบริสุทธิ์ผุดผ่อง  อย่างนี้ถึงจะสมกับการได้เข้ามาสู่เส้นทางอันบริสุทธิ์สายนี้
                เมื่อเราบริสุทธิ์ผุดผ่อง  กระทั่งเป็นที่พึ่งต่อตัวเราเองได้  ก็จะได้เป็นหลักเป็นที่พึ่งของชาวโลกต่อไปในอนาคต  ชาวโลกนั้นขาดที่พึ่ง  เขายังว้าเหว่อยู่  ยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนชีวิตถึงจะรอดปลอดภัยจากความทุกข์ทรมานในสังสารวัฏและในอบาย  เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องแสวงหาผู้รู้ที่จะเป็นหลักที่พึ่งให้เขาได้
                ผู้รู้ที่จะเป็นที่พึ่งแก่ชาวโลกได้นั้น  ก็คือ  ผู้ที่ได้เข้าถึงธรรมกายภายใน  เพราะว่าเมื่อถึงหลักของชีวิตแล้ว  เอาตัวรอดปลอดภัยแล้ว  ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ที่จะเป็นหลัก  เป็นที่พึ่งให้ชาวโลก  ถ้ารู้แล้วเห็นแล้วไม่ไปทำหน้าที่นี้มันก็ผิดหน้าที่  หน้าที่ของเราก็ไม่สมบูรณ์  ได้แค่ประโยชน์ตน  แต่ว่าประโยชน์ท่านนั้นยังไม่ได้  เพราะฉะนั้นก็จะต้องทำหน้าที่กันต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่  เหมือนอ้อยที่เขาหีบเอาความหวานหมดไป  เหลือแต่ชานก็ทิ้งไปอย่างนั้น  ร่างกายนี้ก็เช่นเดียวกัน   เมื่อเราอาศัยสร้างความดีเพื่อประ-โยชน์ตนและประโยชน์ท่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ถึงคราวที่ร่างกายใช้ไม่ได้ก็จากไปสู่ภพภูมิใหม่  เหมือนภาชนะดินที่แตกทำลายไปใช้ภาชนะทองคำแทนอย่างนั้น
                การที่จะเดินทางไปสู่เส้นทางสายกลางภายในนั้น  เป็นการเดินสวนกระแสกิเลส  กระแสแห่งความทุกข์ทรมาน  เพราะฉะนั้นจงมีความสุขและสนุกสนานกับการสวนกระแสซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้กาย  วาจา  ใจของเราเศร้าหมอง  ให้มีความสุข สนุกกับสิ่งนี้ที่จะเอาชนะกิเลส  เพราะนี่เป็นหน้าที่  เป็นอาชีพของเรา
                รักษาใจของเราอย่าให้อ่อนแอหรือตกต่ำลงไป  ด้วยการหมั่นตรวจตรา  กาย  วาจา  ใจ  ให้สะอาด  บริสุทธิ์อยู่เสมอ  เมื่อใจยิ่งบริสุทธิ์  ก็ยิ่งมีความสุข  ยิ่งมีความสุขก็ยิ่งมีกำลังใจ  ในการสร้างความดีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
                ถ้ากำลังใจของเราตก  เป็นเครื่องวัดว่า  กาย  วาจา ใจของเราไม่บริสุทธิ์  มีบางสิ่งที่เข้ามาบังคับบัญชาอยู่ในกาย วาจา  ใจของเรา   ถึงตอนนี้ก็ต้องรีบแก้ไข  ต้องเอาชนะให้ได้  ให้มีความสุข  สนุกกับการทวนกระแสกิเลส  กระทั่งเกิดเป็นความคุ้นเคย  และก็ชิน  จนเป็นจริตอัธยาศัยพื้นฐานจิตใจของเราที่มั่นคงยิ่งๆ ขึ้นไป  ระลึกไว้เสมอว่า  กาย  วาจา  ใจ  ที่บริสุทธิ์ เท่านั้นถึงจะรองรับความรู้อันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
สิ่งที่ควรรู้  ควรศึกษา
                ในช่วงใกล้นี้เรากำลังจะสอบบาลีสนามหลวงกัน  ใครที่กำลังจะสอบก็ให้ตั้งใจดูหนังสือให้ดี  อย่าให้ใจซัดส่ายไปที่อื่น  แล้วก็อย่าลืมว่า  การสอบทุกครั้งเป็นเพียงเครื่องพิสูจน์ว่า  เรามีความเข้าใจในพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากน้อยเพียงไร  การที่จะศึกษาตำรับตำราอย่างไรก็ตาม  ให้ศึกษาเพื่อที่จะเรียนรู้  ทำความเข้าใจต่อพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ส่วนการสอบได้เป็นผลพลอยได้เท่านั้น  ให้มุ่งประเด็นนี้เป็นสำคัญ
                ขอให้มีความสุขและสนุกต่อการศึกษา  ศึกษาด้วยความ เคารพ  เหมือนอยู่ต่อหน้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะหากว่าไม่มีพระองค์ท่าน  คำสอนนี้ก็ไม่มี  ถ้าไม่มีคำสอน เราก็จะดำเนินชีวิตไม่ถูกต้อง
                คำสอน  จึงเป็นประหนึ่งแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ต้องศึกษาด้วยความเคารพ  อย่างเพื่อนต่างศาสนิกของเรา  เวลาที่เขาจะอ่านคัมภีร์เขาต้องกราบ  ต้องยกมือไหว้  และเก็บคัมภีร์ไว้บนที่สูง  ร่ำเรียนศึกษาเหมือนอยู่ต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า  เหมือนสิ่งนั้นคือพระผู้เป็นเจ้าทีเดียว  ของเราก็ควรจะเป็นเช่นนี้  จะอ่านตำรับตำราพระธรรมวินัยที่ไหนก็แล้วแต่  จะอยู่คนเดียวหรือจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม  ก็ให้ศึกษาด้วยความเคารพในพระผู้มีพระภาคเจ้า  แล้วพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่ได้ศึกษา  เพื่อที่ว่าเราจะได้นำมาสั่งสอนตัวของเราเอง  มาฝึกฝนอบรมตัวของเราให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง  จะได้หลุดพ้นเช่นเดียวกับพระพุทธองค์
               ส่วนหนังสืออื่นที่อ่านแล้วทำให้ใจของเราเร่าร้อนกระสับกระส่าย  ทุรนทุราย  ฟุ้งซ่าน  จิตไม่ตั้งมั่น  ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เป็นเหตุให้เข้าถึงธรรมกาย  ให้ลูกทุกรูปพึงเว้น  เพราะมันไม่เกิดประโยชน์อันใด  แต่ถ้าจะศึกษาเพื่อเป็นความรู้รอบตัวก็ต้องมีสติ  มีสัมปชัญญะ  มีปัญญา  คุ้มครองตัวเองให้ดี  ให้รอดปลอดภัยจากความเร่าร้อน
               
ให้ลูกหมั่นระลึกเสมอว่า  เมื่อเราเข้ามาสู่ในเพศภาวะนี้  นั่นหมายถึงว่า  เราจะตัดสินใจศึกษาพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น  ก็ต้องทำให้ได้อย่างที่ตั้งใจไว้   ศึกษาในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แตกฉานทั้งหมดเสียก่อน  สิ่งที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพระธรรมวินัยยังมีอีกมาก  ๘๔,๐๐๐  พระธรรมขันธ์  เรียนกันวันละขันธ์  หมดชีวิตก็ยังเรียนไม่หมด  พระธรรมคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์  พระพุทธเจ้ายังตรัสว่า   เป็นความรู้แค่เหมือนใบไม้ที่อยู่ในกำมือ  ใบไม้ที่อยู่นอกกำมือนั้นเต็มป่าประดู่ลายยังจะต้องศึกษากันอีกเยอะแยะ  เพราะฉะนั้นเมื่อตัดสินใจเดินในเส้นทางสายนี้แล้ว  ให้เราลองเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการศึกษากันอย่างแท้จริง  โดยไม่มีห่วง  อาลัยอาวรณ์  หรือกังวลเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น  จึงจะศึกษาให้แจ่มแจ้งกันได้
                การที่เอาใจไปศึกษาเรื่องอื่นมันก็ทำให้เสียเวลาของชีวิตไปเปล่าๆ  เพราะเรื่องพระธรรมวินัย  เรายังไม่ค่อยรู้แจ้งกันอย่างเต็มที่เลย  ให้ศึกษากันให้ดี  พระอาจารย์ก็ดี  รุ่นพี่ก็ดี  ช่วยกันถ่ายทอดให้รุ่นน้อง  ช่วยกันติว  ต้องให้ทุกรูปทุกคนทำความเข้าใจกันให้ได้อย่างแตกฉาน  จนกระทั่งผลปรากฏออกมาว่าเข้าใจแจ่มแจ้งดี  คือการสอบได้หมดยกชั้น  ไม่มีตกหล่นเลยแม้แต่รูปเดียว  อย่างนี้จึงจะใช้ได้
                เพราะฉะนั้น  ให้ลูกทุกรูปตั้งใจกันอย่างเต็มที่  เอาชีวิตเป็นเดิมพันต่อการสร้างบารมี  แล้วเราจะได้เอาบุญนี้เป็นเครื่องสนับสนุนให้เราไปถึงที่สุดแห่งธรรมได้นะลูกนะ


ภิกษุผู้ตั้งอยู่ในศีล
สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลาย  รู้ประมาณในโภชนะ
และหมั่นประกอบความไม่เห็นแก่นอน
เป็นผู้มีความเพียร  ไม่เกียจคร้านทั้งวันทั้งคืน
เจริญกุศลธรรมเพื่อบรรลุคุณ
อันเกษมจากโยคะอยู่อย่างนี้
ชื่อว่าเป็นภิกษุผู้ยินดีในความไม่ประมาท
เห็นภัยในความประมาทเป็นปกติ
ย่อมเป็นผู้ไม่เสื่อม  เป็นผู้ปฏิบัติใกล้นิพพานทีเดียว



อปริหานิยสูตร  อัง.จตุ.มก.๓๕/๑๔๓